วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

การเมือง : เลือกตั้งหนนี้ ดวงใครดีกว่ากัน?

 

ว่าจะไม่เขียนบทความโหราศาสตร์การเมืองก่อนการเลือกตั้งแล้วนะครับ แต่ดูข่าวที่มีหมอดูออกมาทำนายทายทักกันแล้ว ค่อนข้างจะมีความเอนเอียงอย่างเห็นได้ชัด มีอย่างที่ไหน ดูดวงแคนดิเดตนายกฯเพียงคนเดียว แล้วตัดสินได้เลยว่าจะได้เป็นนายกฯ มันดูจะไม่แฟร์สำหรับท่านอื่นๆ ผมก็เลยต้องใช้พื้นที่ที่มีอยู่ ออกมาวิเคราะห์ให้เห็นเด่นชัดกันไปเลย ว่าแคนดิเดตท่านใดที่ดวงดี เหมาะสมจะเป็นยายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย ในครั้งนี้

ขอรับประกันว่า ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น วิเคราะห์ไปตามทฤษฎีโหราศาสตร์ล้วนๆ และทำใจเป็นกลาง ตรงไปตรงมาอย่างที่สุดในขณะเขียนบทความนี้ ถึงแม้ว่าผลลัพธ์ของการวิเคราะห์จะขัดใจผมเองก็ตาม(ฮา)

ก่อนอื่นขอบอกว่า รูปและข้อมูลวันเดือนปีเกิดของแคนดิเดตนายกฯ ผมได้มาจากวิกิพีเดีย แต่ไม่มีเวลาตกฟาก ก็เลยต้องใช้วิธีเทียบเคียงอุปนิสัยและเหตุการณ์ของชีวิตทั้งอดีตและปัจจุบันเพื่อวางตำแหน่งลัคนา ว่าจะสถิตที่ราศีใด และแคนดิเดตแต่ละท่าน ผมก็เลือกมาจากโพลต่างๆ โดยเลือกอันดับ 1 ถึง 4 ดังนี้ครับ


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เริ่มจากแชมป์เก่า ผมดูจากอุปนิสัยและเรื่องราวที่ผ่านมา ลัคนาของท่านสถิตราศีมังกรครับ ... 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา เสาร์จรทับลัคนาให้คุณในราศีมังกร มันเป็นช่วงเวลาที่ตัวท่านเอง ประสบแต่ความยากลำบาก ได้รับความทุกข์แสนสาหัส มีทั้งเสียงก่นด่าสาปแช่งต่างๆนานา สุขภาพก็ดูทรุดโทรมลงไปเยอะ แต่ท่านก็ยังอดทนอยู่ในอำนาจได้จนครบวาระ เพราะ ราหูจรเล็งตนุลัคน์ให้คุณเรือนกัมมะ

แต่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา เสาร์จรทับตนุเศษให้โทษในเรือนกดุมภะ อำนาจการปกครองลดน้อยถอยลง ท่านจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจนแทบอยากลาโลก ... 17 ตุลาคมนี้เป็นต้นไปเป็นเวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง ราหูจรเลิกเล็งตนุลัคน์ จะทำให้ท่านหมดอำนาจโดยสิ้นเชิง ในขณะเดียวกัน ราหูจรกุมดาวอาทิตย์กำเนิดและศุกร์กำเนิด ทำให้ท่านต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพที่อ่อนแอมากขึ้น จนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ที่ทำอยู่เป็นประจำ

2 ปีครึ่งหลังจากนี้ หรือ ประมาณกลางปี 2568 เป็นต้นไป สุขภาพของท่านจะอ่อนยวบลงไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่เหมาะในการทำหน้าที่ใดๆอีก เพราะ เสาร์จรกุมอาทิตย์กำเนิดและศุกร์กำเนิด

โอกาสที่จะรักษาแชมป์ไว้ได้ ผมให้เพียง 10 เปอร์เซนต์ เพราะแนวโน้มสุขภาพดูไม่ดีในระยะยาว 4-5 ปีนี้


แพทองธาร ชินวัตร

ผมดูจากการคลอดบุตรของท่านเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้สามารถวางตำแหน่งลัคนาได้ 2 ราศีคือ ตุลย์ หรือ ธนู จึงต้องมองลึกไปถึงข้อมูลคู่ครองตามวิกิพีเดีย ตัดสินได้ว่า ลัคนาควรอยู่ที่ราศีตุลย์

1 มีนาคมที่ผ่านมา เสาร์จรกุมจันทร์กำเนิดและพฤหัสกำเนิด เริ่มจะทำให้เกิดความเบื่อหน่าย มีอุปสรรคปัญหามากมาย และจะประสบความสำเร็จได้ยาก ชีวิตจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เป็นระยะเวลา 2 ปี ครึ่ง ... 17 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ราหูจรกุมราหูกำเนิด จะถูกใส่ร้ายป้ายสีจากคนพาล หรือต้องเอาใจใส่ดูแลบุตรเป็นพิเศษ

หลังจากนั้น ประมาณกลางปี 2568 เป็นต้นไป เสาร์จรย้ายไปกุมราหูกำเนิด พฤหัสจรย้ายไปสู่ตำแหน่งที่ดีขึ้น จะเริ่มกลับมาสร้างคุณูปการต่างๆอย่างมากมาย ทั้งเรื่องส่วนตัวและส่วนรวม

ท่านนี้ ผมไม่ได้ใช้ตนุเศษในการพิจารณา เพราะดาวจรที่ส่งกระแสสัมพันธ์ ไม่มีแรงมากเพียงพอ

โอกาสที่จะได้เป็นนายกฯในครั้งนี้ ผมให้ 20 เปอร์เซนต์ เนื่องจากแนวโน้มในระยะสั้น ยังติดภาระส่วนตัวอยู่


เศรษฐา ทวีสิน

เนื่องจากเมื่อก่อนนี้ ท่านไม่ค่อยเป็นข่าวทางการเมืองมากนัก การวางลัคนาจึงเป็นเรื่องยาก เพราะไม่ทราบอุปนิสัยที่ปรากฎออกมา ทราบแต่เพียงท่านประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จนประสบความสำเร็จ ผมจึงวางลัคนาไว้ที่ราศี เมษ หรือ ตุลย์ แต่พอได้ฟังข่าวการให้สัมภาษณ์ตามสื่อต่างๆ ก็พอจะเห็นได้ว่า ท่านมีบุคลิกไปในทางประนีประนอม ดังนั้น ลัคนาจึงควรกุมจันทร์กำเนิดอยู่ที่ราศีตุลย์มากกว่า

1 มีนาคมที่ผ่านมา เสาร์จรกุมอาทิตย์กำเนิดและพฤหัสกำเนิด เริ่มจะทำให้เกิดความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า สุขภาพกายสุขภาพจิตเสื่อม มีอุปสรรคปัญหามากมาย และจะประสบความสำเร็จได้ยาก เป็นระยะเวลา 2 ปี ครึ่ง และประมาณกลางปี 2568 เป็นต้นไป จึงจะเริ่มสบายเนื้อสบายตัวมากขึ้น เพราะอุปสรรคปัญหาน้อยลง

แต่ 17 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 ปีครึ่ง ราหูจรเข้าเรือนอริ ปัญหาใดๆที่ว่ายาก ก็เริ่มดูเหมือนเบาบางลง อีกทั้ง พฤหัสจรเล็งจันทร์กำเนิด ได้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดเรื่องดีๆตามมาเป็นทวีคูณ

ท่านนี้ผมให้โอกาสเป็นนายกฯถึง 40 เปอร์เซนต์ เพราะมีแนวโน้มสดใสตั้งแต่ 17 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป


พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ท่านนี้ผมวางลัคนาให้อยู่ที่ราศีเมถุน เนื่องจากมีจันทร์กำเนิดกุมลัคนา ซึ่งจันทร์กำเนิดของคนที่ลัคนาสถิตราศีเมถุนนั้น หมายถึงเรื่องการเงิน ชีวิตจึงมักเกี่ยวข้องกับการเงินตลอดเวลา ตั้งแต่การเรียนจบทางด้านบัญชี เมื่อทำงานการเมือง ก็เป็นกรรมาธิการงบประมาณ

ในช่วงที่กำลังจะเลือกตั้งกันอยู่นี้ ราหูจรเล็งอังคารกำเนิดและมฤตยูกำเนิด จนถึงวันที่ 17 ตุลาคม ทำให้มีปัญหาติดขัดในเรื่องกฎระเบียบ หรือข้อกฎหมาย และต้องถูกบังคับด้วยคดีที่เกิดขึ้น ซึ่งมีโอกาสพ่ายแพ้ได้

แต่หลังจาก 17 ตุลาคมนี้นั้น ราหูจรเล็งตนุเศษและเสาร์กำเนิด ทำให้ได้รับประโยชน์จากเรื่องมรดก หรือเรื่องคดี และจะกลับคืนมามีอำนาจอีกครั้ง เป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง เพื่อสะสางเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องในเชิงกฎหมาย

ผมให้โอกาสเป็นนายกฯ 30 เปอร์เซนต์ เนื่องจากมีแนวโน้มติดขัดในช่วงก่อน 17 ตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ

บทสรุป

อันดับ 1 คือ นาย เศรษฐา ทวีสิน ซึ่งการโคจรของดวงดาว มีแนวโน้มสดใส ปัญหาน้อยที่สุด ส่งผลดีมากที่สุด

อันดับ 2 คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ต้องเจอวิบากกรรมในช่วงแรก ซึ่งก็คงผ่านไปได้ในอันดับนี้ แต่ถ้านายพิธา เกิดได้คะแนนเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 คงโดนสอยก่อนถึง 17 ตุลาคมนี้แน่นอน

อันดับ 3 คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่เพิ่งคลอดบุตรเมื่อ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งก็ต้องมีภาระทางครอบครัวที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และกินระยะเวลานานกว่า

อันดับ 4 คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งดูจากการโคจรของดวงดาวแล้ว ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ดูห่อเหี่ยวกว่าทุกอันดับข้างต้น

อย่างไรก็ดี ถ้ามีข้อผิดพลาดในการวางลัคนาของแคนดิเดตแต่ละท่านข้างต้น คำพยากรณ์ที่กล่าวมา อาจมีความแม่นยำลดลงในบางเรื่อง ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้

และประการสำคัญ อย่าลืมไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง คนที่ชอบ พรรคที่ใช่ กันนะครับ