" โ ห ร พิ เ ภ ก "
๐ พยากรณ์ วางฤกษ์ และบทความโหราศาสตร์ไทย ๐
วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568
พิเภกพยากรณ์ดวงชะตาปี พ.ศ. 2568
วันอังคารที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567
ดวงดาวโคจรย้ายราศีปี 2568 และดวงเมือง
เริ่มด้วยการตรวจสอบการโคจรของดวงดาวในปี พ.ศ.2568 ปรากฎว่า ดาวหลัก 3 ดวงที่ใช้พยากรณ์ภาพรวม คือดาวพฤหัส(๕) ดาวเสาร์(๗) และดาวราหู(๘) มีการโคจรย้ายราศีในเดือนเดียวกัน คือเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจพยากรณ์ได้ว่า ปี 2568 นี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องใหญ่ๆหลายเรื่อง อย่างน้อยๆก็สามเรื่องเลยทีเดียว
มาดูดวงเมือง แล้วลองเอาดาวจรกระทบดาวกำเนิด จะเป็นอย่างไรบ้าง ...
![]() |
ดวงเมือง กรุงเทพฯ |
ดาวให้โทษ โดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘)
ดาวให้คุณ โดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
ดาวให้คุณ โดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
ข้อยกเว้น ดาวพฤหัส(๕)ให้คุณแก่ราศีเมถุน(นรเกณฑ์) ราศีมีน(อัมพุเกณฑ์)
สิงหาคม พ.ศ. 2568
ตุลาคม พ.ศ. 2568
พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567
เมื่อผมลงสมัครสมาชิกวุฒิสภาปีพ.ศ.2567 (ดาวมฤตยูเป็นเหตุ)
![]() |
เอกสารแนะนำตัว(สว.3) |
ห่างหายไปนานกับการโพสต์บทความลงสื่อโซเชียลต่างๆ เนื่องจากผมใช้เวลาไปกับการลงสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภาปีพ.ศ.2567ที่เพิ่งผ่านมา ซึ่งมีกฏกติกาค่อนข้างยุ่งยากดังที่ทราบกัน กล่าวคือ ต้องผ่านการลงคะแนน 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ตามกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม
แต่ละระดับ แบ่งเป็น 2 รอบคือ รอบโหวตกลุ่ม แล้วจึงจะผ่านไปรอบโหวตไขว้ ... โหวตกลุ่มคือการโหวตเลือกผู้สมัครในกลุ่มอาชีพที่ตนเองลงสมัคร ส่วนการโหวตไขว้ คือการโหวตเลือกผู้สมัครในกลุ่มอาชีพอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน โดยแต่ละสายเกิดจากการจับฉลากคล้ายกับการแบ่งสายแข่งฟุตบอล ยังไงยังงั้นเลย
รวมแล้วต้องผ่านขั้นตอนการเลือกถึง 6 รอบ กว่าจะได้สมาชิกวุฒิสภาตามกลุ่มอาชีพ กลุ่มละ 10 ท่าน รวมเป็น 200 ท่าน !!!
ผมเองผ่านระดับอำเภอมาได้แบบต้องใช้ไหวพริบแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าผสมกับการดูดวงตัวเองมาก่อน ทำให้ทราบว่าควรเข้าหาบุคคลประเภทใด ส่วนระดับจังหวัด ก็ผ่านมาได้ด้วยเหตุผลคล้ายๆกับระดับอำเภอ
แต่ในระดับประเทศ ผมไม่ผ่านรอบโหวตกลุ่ม (รอบที่ 5) ก็เลยไม่ได้เข้ารอบสุดท้าย (รอบที่ 6) ซึ่งเป็นรอบที่จะได้สมาชิกวุฒิสภาตัวจริง
ส่วนเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการร้องเรียนต่างๆนั้น ผมจะไม่ขอกล่าวถึง ทั้งๆที่เห็นมากับตาตัวเอง เพราะไม่เกี่ยวกับการดูดวงแต่อย่างใด
และการที่ผมตัดสินใจลงสมัครในครั้งนี้ มีอยู่ 2 ประเด็นหลักๆที่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ ได้แก่
2. ดวงผมเองมีโอกาสดีๆที่กำลังจะผ่านเข้ามาในช่วงการเลือกนี้ และจะเล่าในตอนถัดไป
สมัยเสียกรุงศรีอยุธยา สถาปนากรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์
![]() |
ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2310 |
![]() |
ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2325 |
ถ้ามองแบบภาพรวมก็จะสรุปง่ายๆได้ว่า ช่วงที่เกิดการเปลี่ยนถ่ายอำนาจทางการเมือง คือช่วงที่ดาวมฤตยู(๐)เริ่มโคจรเข้าสถิตราศีเมษและราศีพฤษภ (2310 - 2325) ใช้เวลาประมาณ 14 - 15 ปีนั่นเอง หลังจากนั้นจึงจะเริ่มเข้าสู่ความสงบทางการเมืองภายใน
สมัยรัชกาลที่ 3 ต่อเนื่องรัชกาลที่ 4
![]() |
ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2394 |
![]() |
ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2408 |
เช่นเดียวกับคราวก่อน เมื่อดาวมฤตยู(๐)เริ่มโคจรสถิตราศีเมษ มักจะเกิดการถ่ายเทอำนาจทางการเมือง หรือผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน จนถึงช่วงที่โคจรสถิตราศีเมถุน (2393 - 2408) ซึ่งรวมระยะเวลา 14-15 ปีเช่นกัน แต่คราวนี้มีข้อแตกต่างคือ รัชกาลที่ 4 ได้อัญเชิญพระอนุชาขึ้นครองราชย์ด้วย อาจทำให้กล่าวได้ว่า พระอนุชาทรงรับพระเคราะห์แทนในฐานะที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง
สมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ.2475
![]() |
ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2475 |
![]() |
ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2489 |
ข้อสังเกตุยังเป็นเช่นเดิมคือ เมื่อดาวมฤตยู(๐)เริ่มโคจรสถิตราศีเมษ มักจะเกิดการถ่ายเทอำนาจทางการเมือง หรือผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน จนกระทั่งเริ่มสถิตราศีเมถุน (2475 - 2490) การถ่ายเทอำนาจจึงเสร็จสิ้น การเมืองภายในประเทศจึงเริ่มสงบลง
สมัยปัจจุบัน
![]() |
ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2559 |
![]() |
ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2572 |
ข้อสังเกตุแรกคือ ดาวมฤตยู(๐)เริ่มโคจรสถิตราศีเมษ (2559) ก็เกิดเหตุการณ์ดังสถิติที่ผ่านมาแล้ว ขณะนี้ปี 2567 การถ่ายเทอำนาจยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งยังอีกประมาณ 5 ปี กว่าที่ดาวมฤตยู(๐)จะโคจรสถิตราศีเมถุน
วันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567
พิเภกพยากรณ์ดวงชะตาปี พ.ศ. 2567
ปี พ.ศ. 2567 นี้ ขอมาเป็นรูปนะครับ เชิญตรวจดวงชะตาทั้ง 12 ราศีกันได้เลย ... ด้านล่างนี้
วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
รู้จังหวะชีวิต ด้วยโหราศาสตร์ไทย
พิจารณาดาวจรกระทบดาวกำเนิด ไล่เรียงไปตามกาลเวลา เริ่มจาก ...
๑. ราหู(๘)จรถึงอังคาร(๓)กำเนิด และเสาร์(๗)กำเนิด ตั้งแต่ปลายปี 60 จนถึง ต้นปี 62 จะถูกบังคับด้วยกฎระเบียบ รวมถึงกฎหมายต่างๆ ทำให้กิจกรรมหรืองานที่ทำหยุดชะงักได้ แต่ข้อดีคือจะได้รับผลประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะเรื่องเงินๆทองๆ (ลองย้อนกลับไปดูโพสต์ก่อนๆ เกี่ยวกับลาภใหญ่ครับ)
๒. จากนั้นราหู(๘)จรย้ายสถิตภพกัมมะ ตอนต้นปี 62 ถึง ปลายปี 63 จะเกิดข้อขัดแย้งในการทำงาน หรือมีอุปสรรคปัญหามากมายจากการทำงาน ซึ่งต้องระดมทั้งความรู้ที่มีอยู่ และมีการเรียนรู้ใหม่ๆเกิดขึ้น เพื่อให้กิจกรรมนั้นบรรลุผลสำเร็จให้ได้
๓. ในขณะเดียวกันนั้น เสาร์(๗)จรถึงราหู(๘)กำเนิดในภพกัมมะ ตั้งแต่ปลายปี 60 ถึงต้นปี 63 จะได้ลาภผลเงินทองก้อนใหญ่จากหน้าที่การงาน ... จุดนี้ทำให้ผมคิดว่า ปลายปี 62 นี่แหละ เหมาะที่จะเกษียณที่สุด เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้ เคยเกิดกับผมมาแล้วเมื่อประมาณเกือบ 15 ปีก่อน ต้องออกจากงาน เนื่องจากนายจ้างปิดกิจการ ได้รับเงินชดเชยก้อนใหญ่ทีเดียว
ถ้าผมเกษียณปลายปี 62 แล้วปี 63 ล่ะ หลังจากเกษียณแล้วจะเป็นยังไง
๔. เสาร์(๗)จรย้ายราศีต้นปี 63 ถึงอังคาร(๓)กำเนิด อันนี้บอกว่า งานหนัก งานมีปัญหา งานล่าช้า ไปจนถึงโยกย้ายงาน และตกงาน ซึ่งเหมาะกับการเริ่มสร้างงานของตัวเอง
แต่ แต่ แต่ ...
๕. เสาร์(๗)จรพักร์(ถอยหลัง)ช่วงครึ่งหลังปี 63 ย้ายกลับมาถึงราหู(๘)กำเนิดอีกรอบ ... เอ๊ะ! หรือว่าจะได้เงินก้อนใหญ่อีกรอบ
๖. เสาร์(๗)จรย้ายราศีปลายปี 63 ถึงอังคาร(๓)กำเนิดอีกรอบ จนถึงต้นปี 66 (เหมือนข้อ 4.) งานหนัก งานมีปัญหา งานล่าช้า ไปจนถึงโยกย้ายงาน และตกงาน ซึ่งเหมาะกับการเริ่มสร้างงานของตัวเอง ... แต่คราวนี้เป็นของจริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อการโคจรของดวงดาวบอกว่า จะมีโอกาสได้ถึง 2 ครั้ง คือปลายปี 62 และ 63 ... นั่นหมายถึง การเกษียณก่อนกำหนดของผม อาจเป็นได้ทั้งปลายปี 62 และ 63 ด้วยเหมือนกัน ในตอนที่ผมเขียนบทความแนะนำตัวนั้น ผมยังเชื่อมั่น และอยากให้เป็นปี 62 มากกว่า เผื่อว่าจะได้อีกรอบตอนปลายปี 63
แต่เรื่องจริงคือ ปลายปี 62 ยังไม่สามารถเกษียณได้ตามที่หวัง เป็นเพราะผมได้เงินก้อนใหญ่จากผู้มีอุปการคุณแบบคาดไม่ถึง เพื่อมาปิดบัญชีเงินกู้ซื้อบ้าน ซึ่งทำให้ผมปลดหนี้ก้อนนี้หมดเลยทีเดียว ... ผมยังคงมุ่งมั่นทำงานต่อไป ถือว่าไม่เสียหายอะไร เงินเดือนก็มีให้ใช้โดยไม่ต้องผ่อนชำระค่าบ้านแล้ว จนผมลืมสนิทไปเลยว่า ยังมีความหวังอีก 1 ครั้ง
และในที่สุด สวรรค์เข้าข้างผม การยื่นขอเกษียณก่อนกำหนดได้รับการอนุมัติในปลายปี 63 จริงๆ (ตามข้อ 5.) หลังจากที่รอมานาน ได้รับเงินชดเชยมากโข ปิดบัญชีเงินกู้ซื้อรถยนต์อีกนิดหน่อย เป็นอันหมดหนี้หมดสิน 100 เปอร์เซนต์ สบายใจเฉิบ
... ผ่านมาแล้ว 2 ปีกว่า (ตามข้อ 4.) ผมมีเวลาสร้างสรรค์ผลงานออกมาหลายชิ้น ตามที่ทุกๆท่านได้เห็นผ่านตากันมาแล้ว และชีวิตก็เป็นไปตามลักษณะการโคจรของดวงดาวทุกประการ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า
"ผู้ที่เรียนรู้ และเข้าใจการโคจรของดวงดาว
ย่อมวางแผนชีวิตได้ดีกว่าไม่เรียนรู้อะไรเลย"
วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
"ราหู" ส่งผลดีได้อย่างไร
ดาวราหู(๘) เป็นดาวบาปเคราะห์ที่ดูน่ากลัวสำหรับหลายๆคน เพราะมักจะทำให้เกิดเรื่องร้ายๆบ่อยครั้ง เช่น ป่วย ทะเลาะ บางทีถึงขั้นเสียชีวิต แม้แต่โหรบางท่านที่ลัคนาสถิตราศีกุมภ์ มีราหู(๘)เป็นตนุลัคน์ ก็ยังทำใจไม่ค่อยได้(ฮา) ด้วยกลัวฤทธิ์ของราหูนั่นเอง
ส่วนจะเป็นเรื่องหรือเหตุการณ์อะไรนั้น ก็ดูจากเรือนที่สถิตอยู่ และราหู(๘)เป็นเจ้าเรือนอะไร ... ไม่ยากนะครับ
ผมมีตัวอย่างจากตำราเล่มหนึ่ง ก็มีความเห็นเกี่ยวกับราหูไปในทางที่ดีและร้าย ตามรูปใต้โพสต์นี้ ที่สำคัญคือ ผมมีตัวอย่างดวงจริง ประสบการณ์จริง ให้ดูด้วยว่า เป็นไปตามตำราจริงๆ ...
ดวงนี้เป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดม ศึกษา ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับชั้นมัธยมปลายอันดับ 1 ของประเทศ ที่สอบเข้าได้ยากมากที่สุด
ในขณะที่สอบเข้าเรียนชั้นมัธยมต้น เด็กคนนี้ก็สอบเข้าได้เป็นอันดับ 1 ของโรงเรียนอีกด้วยนะครับ นั่นหมายถึงการเป็นผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลมเป็นอย่างยิ่ง ...
ดวงแต่งงาน ดูอย่างไร
หลังจากตรวจดูแล้ว ยืนยันได้ว่าวันเกิดของเจ้าสาวเป็นข้อมูลที่ถูกต้องเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต แต่สำหรับของเจ้าบ่าว ยังไม่มีเหตุการณ์ในอดีตมายืนยัน ก็เลยต้องใช้ดวงของเจ้าสาวเพียงดวงเดียว
โดยปกติ กฎเกณฑ์ที่ใช้วิเคราะห์กันทั่วไป มักเป็นดังนี้
๑. พฤหัส(๕)จรกุมจันทร์(๒)กำเนิด หรือ พฤหัส(๕)จรสถิตเรือนปัตนิ / อันนี้ผมพบเจอเป็นส่วนใหญ่จากการดูดวง ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือชาย
๒. ตนุลัคน์จร หรือ ดาวศุภเคราะห์จร(มากกว่า 1 ดวง) สถิตเรือนปัตนิ
๓. เจ้าเรือนปัตนิจรสถิตเรือนปัตนิ หรือเป็นเกษตร
๔. เจ้าเรือนปัตนิจรกุมเจ้าเรือนปัตนิกำเนิด
๕. ...
สรุปแบบง่ายๆ คือมีดาวศุภเคราะห์จรโดยเฉพาะ พฤหัส(๕) และศุกร์(๖) โคจรสัมพันธ์กับเรือนปัตนิหรือเจ้าเรือนปัตนิกำเนิดนั่นเอง
แต่ถ้าใครแต่งงาน หรือมีครอบครัวอยู่แล้ว และบังเอิญมาอ่านโพสต์นี้เข้า แล้วเห็นว่าดาวกำลังโคจรเข้าตามเกณฑ์ที่ผมบอกนี้ ก็อย่าริอ่านไปแต่งซ้ำซ้อนนะครับ ... เดี๋ยวมีเรื่อง (ฮา)