วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568

พิเภกพยากรณ์ดวงชะตาปี พ.ศ. 2568

ปี พ.ศ. 2568 นี้ ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เพราะดูการโคจรของดวงดาวหลักๆแล้ว มีการยกย้ายราศีทั้ง 3 ดวงในเดือนเดียวกัน และยังมีการโคจรผิดปกติ 2 ดวง คือดาวพฤหัส(๕)โคจรเร็วผิดปกติข้ามราศี และดาวเสาร์(๗)โคจรถอยหลังกลับข้ามราศีอีก ทำให้การพยากรณ์ต้องปรับเปลี่ยนเป็นแบบเรียงลำดับตามช่วงเวลา แทนที่จะเป็นตามหัวเรื่องการงาน การเงิน และความรักตามปกติ

ส่วนคำพยากรณ์แต่ละลัคนาราศีอะไรนั้น ดูตามภาพด้านล่างนี้ได้เลยครับ

















วันอังคารที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ดวงดาวโคจรย้ายราศีปี 2568 และดวงเมือง

เริ่มด้วยการตรวจสอบการโคจรของดวงดาวในปี พ.ศ.2568 ปรากฎว่า ดาวหลัก 3 ดวงที่ใช้พยากรณ์ภาพรวม คือดาวพฤหัส(๕) ดาวเสาร์(๗) และดาวราหู(๘) มีการโคจรย้ายราศีในเดือนเดียวกัน คือเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจพยากรณ์ได้ว่า ปี 2568 นี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องใหญ่ๆหลายเรื่อง อย่างน้อยๆก็สามเรื่องเลยทีเดียว

มาดูดวงเมือง แล้วลองเอาดาวจรกระทบดาวกำเนิด จะเป็นอย่างไรบ้าง ...

ดวงเมือง กรุงเทพฯ
ดวงเมือง กรุงเทพฯ

💫พฤหัส(๕)จร โคจรสถิตราศีพฤษภ ให้คุณในเรือนกดุมภะ กุมอังคาร(๓)กำเนิด(ตนุลัคน์) ถึงวันที่ 13 พฤษภาคม แล้วย้ายไปสถิตราศีเมถุน ให้โทษในเรือนสหัสชะ กุมมฤตยู(๐)กำเนิด ถึงวันที่ 3 ตุลาคม จากนั้นโคจรย้ายไปสถิตราศีกรกฎ ให้คุณในเรือนพันธุ กุมจันทร์(๒)กำเนิด จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม แล้วโคจรพักร์กลับไปสถิตราศีเมถุน ให้โทษในเรือนสหัสชะอีกครั้งไปจนตลอดปี
💫ราหู(๘)จร โคจรสถิตราศีมีน ให้โทษในเรือนวินาศน์ กุมพุธ(๔)กำเนิดเจ้าเรือนสหัสชะและอริ กุมศุกร์(๖)เจ้าเรือนกดุมภะและปัตนิ จนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม แล้วย้ายไปสถิตราศีกุมภ์ได้ตำแหน่งเกษตร ให้คุณในเรือนลาภะ ไปตลอดทั้งปี
💫เสาร์(๗)จร โคจรสถิตราศีกุมภ์ ให้โทษในเรือนลาภะ ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม แล้วย้ายไปสถิตราศีมีน ให้โทษในเรือนวินาศน์ กุมพุธ(๔)กำเนิดเจ้าเรือนสหัสชะและอริ กุมศุกร์(๖)เจ้าเรือนกดุมภะและปัตนิ จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม แล้วโคจรพักร์กลับไปสถิตราศีกุมภ์ กุมราหู(๘)จร ให้คุณในเรือนลาภะ ไปตลอดทั้งปีเช่นกัน
💫มฤตยู(๐)จร ก็ยังคงโคจรในเรือนกดุมภะตลอดปี อีกเช่นเดียวกัน

จากการโคจรดังกล่าวข้างต้น จะเห็นว่าดาวพฤหัส(๕)และดาวเสาร์(๗)มีการโคจรผิดปกติ ทำให้รูปแบบตำแหน่งของดาวมีถึง 7 แบบใหญ่ ๆ เรียงลำดับตามช่วงเวลาดังนี้ 

1. วันปีใหม่ - วันที่ 5 พฤษภาคม ดาวหลักยังโคจรอยู่ในตำแหน่งเดียวกับปีก่อนตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนปีที่แล้วเป็นต้นมา
2. วันที่ 5 พฤษภาคม - สิ้นปี ดาวราหู(๘)สถิตราศีกุมภ์
3. วันที่ 13 พฤษภาคม - วันที่ 3 ตุลาคม ดาวพฤหัส(๕)สถิตราศีเมถุน
4. วันที่ 19 พฤษภาคม - วันที่ 23 สิงหาคม ดาวเสาร์(๗)สถิตราศีมีน
5. วันที่ 23 สิงหาคม - สิ้นปี ดาวเสาร์(๗)พักร์ย้ายกลับไปกุมดาวราหู(๘)สถิตราศีกุมภ์
6. วันที่ 3 ตุลาคม - 23 ธันวาคม ดาวพฤหัส(๕)เสริดย้ายสถิตราศีกรกฎ
7. วันที่ 23 ธันวาคม - สิ้นปี ดาวพฤหัส(๕)พักร์ย้ายกลับสถิตราศีเมถุน


💰เศรษฐกิจ🧮การเงิน

ช่วง 4 เดือนแรกเป็นช่วงที่ดีที่สุด จะมีเงินสะพัดให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ดูเหมือนโครงการเงินดิจิตัลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ คงต้องแจกเพิ่มเป็นเงินสดในช่วงนี้ ส่วนเงินดิจิตัลจริงๆ คงมีโอกาสได้หลังจากเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป แต่ก็ยังหวังได้ไม่เต็มร้อย เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุก่อนก็เป็นได้

เป็นปีที่เหมาะสำหรับการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิตัล ประชาชนมีการตื่นตัว เรียนรู้อย่างเร่งด่วน อีกทั้งชาวต่างชาติที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยี จะเข้ามาทำการตลาดใหม่ๆเป็นจำนวนมาก

ที่น่าสนใจคือ ดาวศุกร์(๖)จร ตัวแทนทางการเงินของดวงเมือง โคจรผิดปกติแต่อยู่ในตำแหน่งที่มีคุณภาพสูง ทำให้ยังส่งผลดีจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม นอกจากมีการใช้จ่ายอย่างมากจนอาจส่งผลดีกับ GDP ของประเทศแล้ว เรื่องที่เบ่งบานอย่างมากมายคือ การคอรัปชั่น ... แต่ผู้ที่คดโกง ฉ้อราษฎร์ ให้ระวังตัวดีๆ เพราะช่วงพฤษภาคมถึงสิงหาคม มีแนวโน้มจะถูกแฉพฤติการณ์คล้ายปีที่ผ่านมา และยังมีเรื่องมีราวต่อเนื่องไปอีกนานเป็นปีๆ เรียกว่าเป็นยุคแห่งการเปิดโปงขบวนการเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ยุคทองของนวัตกรรมทางการเงินก็ยังคงดำเนินต่อไป ยิ่งมีเทคโนโลยีดิจิตัลเข้ามาเสริมแกร่งด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้เรื่องราวทางการเงินช่วยเปิดช่องทางสร้างรายได้ของประชาชนมากขึ้น ... ก็ถ้ามีนายทุนมาลงทุนมากขึ้น การจ้างงานย่อมมากขึ้น และคนทำงานก็จะมีรายได้มากขึ้นเป็นธรรมดา

โดยสรุป ธุรกิจที่น่าลงทุน ได้แก่ ...

ธุรกิจนวัตกรรมการสื่อสารข้อมูลต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ ศูนย์ข้อมูล สื่อสิ่งพิมพ์ออนไลน์ การตลาดออนไลน์ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การศึกษา อินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ

ช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สตาร์ทอัพ การเปิดดำเนินกิจการใหม่ๆ จะเริ่มมองเห็นอนาคตมากกว่าที่ผ่านมา เพราะกำลังซื้อของประชาชนก็เริ่มกลับมาให้เห็นแล้วด้วยเหมือนกัน

แต่ไม่ใช่ว่าธุรกิจอื่นๆจะไม่น่าลงทุน เพียงแต่ปี 2568 นี้ ยังเป็นปีที่ต้องเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส กว่าจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

🧑‍⚖️การเมือง🪖การทหาร

4 เดือนแรก เป็นช่วงเหตุการณ์ดีๆต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว และกำลังรอการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นภายในเดือนพฤษภาคมนี้

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป เรื่องของกฏบัตรกฏหมาย รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ หรือระเบียบต่างๆที่เป็นหลัก จะถูกรื้อฟื้น ทบทวน แก้ไข หรือร่างใหม่อย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนตาดำๆก่อนจะสายเกินไป โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนก่อนสิ้นปี จะมีความเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้น

มีเรื่องการศาสนา ในแวดวงพระสงฆ์องคเจ้า ที่อยากกล่าวถึงเพราะเป็นยุคเสื่อมของหลักธรรมคำสอนที่เกิดจากการอวดอ้างสรรพคุณของเจ้าลัทธิ หรืออลัชชี กว่าจะทำให้ราษฎรเกิดดวงตาเห็นธรรมก็กินเวลาหลายเดือน

ส่วนเรื่องทางการทหารก็ยังคงอยู่ในช่วงของการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงเป็นการใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการลงมือด้วยตัวเอง หรือรอให้ชาวบ้านเรียกร้องมา กว่าจะเห็นหน้าเห็นหลังก็กินเวลาประมาณ 3 - 5 ปีโน่น ... อย่าช้า เพราะชาวบ้านมีความเท่าทันมากขึ้นเรื่อยๆ

📈📉กล่าวโดยสรุป ช่วงต้นปียังเป็นช่วงเริ่มต้นตามนโยบายทางเศรษฐกิจการเงิน ช่วงกลางปีเป็นช่วงที่กฏหมายบ้านเมืองอ่อนแอ ต้องได้รับการปรับแก้ กว่าจะลงเอยด้วยดีก็นานโข ช่วงปลายปีประชาชนจึงจะมีความสงบสุขหลังจากเหนื่อยยากมานาน

ผมขอเอาภาพถ่ายหน้าจอจากแอปมาลงให้ได้ติดตามกันสำหรับผู้ที่ไม่สามารถโหลดแอปได้นะครับ แต่สำหรับผู้ที่โหลดแอปได้แล้ว ก็จะสามารถตรวจดูการโคจรได้ล่วงหน้าเป็นพันๆปีกันเลยทีเดียว

ถ้าท่านใดอยากโหลดแอปนี้ไว้ใช้บ้าง ก็สามารถโหลดได้จากโทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์ ตามลิ้งค์นี้ครับ ... ปฏิทินโหร พนึ่งพันปี

และในปีพ.ศ.2568 การโคจรของดวงดาวตลอดทั้งปี มีดังนี้ครับ

ลิ้งค์บทความที่เกี่ยวข้อง



มกราคม พ.ศ. 2568


ดาวให้คุณ  โดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
                     อุจ ได้แก่ ดาวศุกร์(๖)
ดาวให้โทษ โดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘)
ข้อยกเว้น    ดาวเสาร์(๗)ให้คุณแก่ราศีกุมภ์(นรเกณฑ์) ราศีพฤษภ(ปัศวเกณฑ์)




กุมภาพันธ์
 พ.ศ. 2568

ดาวให้คุณ โดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
                     อุจ ได้แก่ ดาวศุกร์(๖)
ดาวให้โทษ โดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘)
                     ประ ได้แก่ ดาวอาทิตย์(๑) ดาวพุธ(๔)
ข้อยกเว้น    ดาวเสาร์(๗) ดาวอาทิตย์(๑) ให้คุณแก่ราศีกุมภ์(นรเกณฑ์) ราศีพฤษภ(ปัศวเกณฑ์)




มีนาคม
 พ.ศ. 2568

ดาวให้คุณ  โดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
                     อุจ ได้แก่ ดาวศุกร์(๖)
ดาวให้โทษ โดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘)
                     ประ ได้แก่ ดาวพุธ(๔)
ข้อยกเว้น    ดาวเสาร์(๗)ให้คุณแก่ราศีกุมภ์(นรเกณฑ์) ราศีพฤษภ(ปัศวเกณฑ์)



เมษายน
 พ.ศ. 2568

ดาวให้คุณ  โดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
                     อุจ ได้แก่ ดาวอาทิตย์(๑) ดาวศุกร์(๖)
ดาวให้โทษ โดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘)
                     นิจ ได้แก่ ดาวอังคาร(๓)
                     ประ ได้แก่ ดาวพุธ(๔)
ข้อยกเว้น    ดาวเสาร์(๗)ให้คุณแก่ราศีกุมภ์(นรเกณฑ์) ราศีพฤษภ(ปัศวเกณฑ์)




พฤษภาคม
 พ.ศ. 2568

ดาวให้คุณ  อุจ ได้แก่ ดาวศุกร์(๖)
                     เกษตร ได้แก่ ดาวราหู(๘)
ดาวให้โทษ โดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗)
                     นิจ ได้แก่ ดาวอังคาร(๓)
                     ประ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
ข้อยกเว้น    ดาวพฤหัส(๕)ให้คุณแก่ราศีเมถุน(นรเกณฑ์) ราศีมีน(อัมพุเกณฑ์)





มิถุนายน
 พ.ศ. 2568

ดาวให้คุณ  โดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
                     ราชาโชค ได้แก่ ดาวอาทิตย์(๑)
                     เกษตร ได้แก่ ดาวอังคาร(๓)
ดาวให้โทษ โดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘)
ข้อยกเว้น    ดาวเสาร์(๗)ให้คุณแก่ราศีกุมภ์(นรเกณฑ์) ราศีพฤษภ(ปัศวเกณฑ์)





กรกฎาคม
 พ.ศ. 2568

ดาวให้คุณ  โดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
                     มหาจักร ได้แก่ ดาวอาทิตย์(๑)
                    ราชาโชค ได้แก่  ดาวอังคาร(๓) ดาวศุกร์(๖)
ดาวให้โทษ โดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘)
                     ประ ได้แก่ ดาวอังคาร(๓)
ข้อยกเว้น    ดาวเสาร์(๗)ให้คุณแก่ราศีกุมภ์(นรเกณฑ์) ราศีพฤษภ(ปัศวเกณฑ์)
                     ดาวอังคาร(๓)ให้คุณแก่ราศีพิจิก(กีฏเกณฑ์)



สิงหาคม
 พ.ศ. 2568

ดาวให้คุณ  โดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
                     เกษตร ได้แก่ ดาวอาทิตย์(๑)
ดาวให้โทษ โดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘)
                     นิจ ได้แก่ ดาวศุกร์(๖)
ข้อยกเว้น    ดาวเสาร์(๗)ให้คุณแก่ราศีกุมภ์(นรเกณฑ์) ราศีพฤษภ(ปัศวเกณฑ์)
                     ดาวศุกร์(๖)ให้คุณแก่ราศีกันย์(นรเกณฑ์)



กันยายน
 พ.ศ. 2568

ดาวให้คุณ  โดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
                     อุจ ได้แก่ ดาวพุธ(๔)
                     เกษตร ได้แก่ ดาวพุธ(๔) ดาวศุกร์(๖)
ดาวให้โทษ โดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘)
ข้อยกเว้น    ดาวเสาร์(๗)ให้คุณแก่ราศีกุมภ์(นรเกณฑ์) ราศีพฤษภ(ปัศวเกณฑ์)




ตุลาคม
 พ.ศ. 2568

ดาวให้คุณ  โดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
ดาวให้โทษ โดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘)
                     นิจ ได้แก่ ดาวอาทิตย์(๑) ดาวอังคาร(๓)
                     ประ ได้แก่ ดาวศุกร์(๖)
ข้อยกเว้น    ดาวเสาร์(๗)ให้คุณแก่ราศีกุมภ์(นรเกณฑ์) ราศีพฤษภ(ปัศวเกณฑ์)
                     ดาวอาทิตย์(๑)ให้คุณแก่ราศีตุลย์(นรเกณฑ์)


พฤศจิกายน
 พ.ศ. 2568

ดาวให้คุณ  โดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
                     มหาจักร ได้แก่ ดาวศุกร์(๖)
ดาวให้โทษ โดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘)
                     นิจ ได้แก่ ดาวอังคาร(๓)
ข้อยกเว้น    ดาวเสาร์(๗)ให้คุณแก่ราศีกุมภ์(นรเกณฑ์) ราศีพฤษภ(ปัศวเกณฑ์)



ธันวาคม
 พ.ศ. 2568

ดาวให้คุณ  โดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕)
ดาวให้โทษ โดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘)
                     นิจ ได้แก่ ดาวอังคาร(๓)
ข้อยกเว้น    - ดาวเสาร์(๗)ให้คุณแก่ราศีกุมภ์(นรเกณฑ์) ราศีพฤษภ(ปัศวเกณฑ์)











วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

เมื่อผมลงสมัครสมาชิกวุฒิสภาปีพ.ศ.2567 (ดาวมฤตยูเป็นเหตุ)

 

เอกสารแนะนำตัว(สว.3)

ห่างหายไปนานกับการโพสต์บทความลงสื่อโซเชียลต่างๆ เนื่องจากผมใช้เวลาไปกับการลงสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภาปีพ.ศ.2567ที่เพิ่งผ่านมา ซึ่งมีกฏกติกาค่อนข้างยุ่งยากดังที่ทราบกัน กล่าวคือ ต้องผ่านการลงคะแนน 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ตามกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม

แต่ละระดับ แบ่งเป็น 2 รอบคือ รอบโหวตกลุ่ม แล้วจึงจะผ่านไปรอบโหวตไขว้ ... โหวตกลุ่มคือการโหวตเลือกผู้สมัครในกลุ่มอาชีพที่ตนเองลงสมัคร ส่วนการโหวตไขว้ คือการโหวตเลือกผู้สมัครในกลุ่มอาชีพอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน โดยแต่ละสายเกิดจากการจับฉลากคล้ายกับการแบ่งสายแข่งฟุตบอล ยังไงยังงั้นเลย

รวมแล้วต้องผ่านขั้นตอนการเลือกถึง 6 รอบ กว่าจะได้สมาชิกวุฒิสภาตามกลุ่มอาชีพ กลุ่มละ 10 ท่าน รวมเป็น 200 ท่าน !!!

ผมเองผ่านระดับอำเภอมาได้แบบต้องใช้ไหวพริบแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าผสมกับการดูดวงตัวเองมาก่อน ทำให้ทราบว่าควรเข้าหาบุคคลประเภทใด ส่วนระดับจังหวัด ก็ผ่านมาได้ด้วยเหตุผลคล้ายๆกับระดับอำเภอ

แต่ในระดับประเทศ ผมไม่ผ่านรอบโหวตกลุ่ม (รอบที่ 5) ก็เลยไม่ได้เข้ารอบสุดท้าย (รอบที่ 6) ซึ่งเป็นรอบที่จะได้สมาชิกวุฒิสภาตัวจริง

ส่วนเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการร้องเรียนต่างๆนั้น ผมจะไม่ขอกล่าวถึง ทั้งๆที่เห็นมากับตาตัวเอง เพราะไม่เกี่ยวกับการดูดวงแต่อย่างใด

และการที่ผมตัดสินใจลงสมัครในครั้งนี้ มีอยู่ 2 ประเด็นหลักๆที่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ ได้แก่

1. ดวงเมืองมีแนวโน้มเริ่มเข้าสู่ความสงบอีกประมาณ 5 ปีนับจากนี้ ซึ่งเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง
2. ดวงผมเองมีโอกาสดีๆที่กำลังจะผ่านเข้ามาในช่วงการเลือกนี้ และจะเล่าในตอนถัดไป

ที่ผมบอกว่า ดวงเมืองมีแนวโน้มที่ดีขึ้นนั้น ผมอ้างสถิติจากดาวดวงหนึ่งคือ ดาวมฤตยู(๐) ที่มีรอบการโคจรราศีละประมาณ 7 ปี ครบรอบ 12 ราศีจะใช้เวลาโดยประมาณถึง 84 ปี ซึ่งแน่นอนว่า ในระยะเวลา 7 ปีนั้น ก็จะมีดาวที่วงโคจรสั้นกว่าเช่น ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘) ดาวพฤหัส(๕) ... คอยบอกเหตุการณ์ปลีกย่อยอีกที แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่สอดคล้องกันกับดาวมฤตยู(๐)นั่นเอง

ถ้าเริ่มนับตั้งแต่ยุคเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ปีพ.ศ.2310 ดาวมฤตยู(๐)โคจรรอบดวงอาทิตย์มาแล้ว 3 รอบและในขณะนี้กำลังอยู่ในรอบที่ 4 โดยใช้ตำแหน่งเดียวกันของดาวที่กำลังโคจรสถิตในราศีทั้ง 3 รอบนั้น ทำให้สามารถนำข้อมูลเหตุการณ์เชิงสถิติในอดีตมาอนุมานเหตุการณ์ในปัจจุบันได้ดังนี้ครับ

สมัยเสียกรุงศรีอยุธยา สถาปนากรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์

ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2310
2310 - 2316 สถิตราศีเมษ เสียกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าเอกทัศน์เสด็จสวรรคต พระเจ้าตากสินขึ้นครองราชย์ และสถาปนากรุงธนบุรี
2316 - 2323 สถิตราศีพฤษภ ยังทำศึกสงครามทางฝั่งตะวันออก และมีปัญหาการเมืองภายในกรุงธนบุรี
ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2325
2323 - 2330 สถิตราศีเมถุน พระเจ้าตากสินเสด็จสวรรคต พระพุทธยอดฟ้าฯ(รัชกาลที่ 1)ขึ้นครองราชย์ปี 2325 และสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์
2330 - 2337 สถิตราศีกรกฎ บ้านเมืองสงบจากปัญหาทางการเมืองภายใน แต่ยังทำสงครามกับพม่าอยู่เนืองๆ

ถ้ามองแบบภาพรวมก็จะสรุปง่ายๆได้ว่า ช่วงที่เกิดการเปลี่ยนถ่ายอำนาจทางการเมือง คือช่วงที่ดาวมฤตยู(๐)เริ่มโคจรเข้าสถิตราศีเมษและราศีพฤษภ (2310 - 2325) ใช้เวลาประมาณ 14 - 15 ปีนั่นเอง หลังจากนั้นจึงจะเริ่มเข้าสู่ความสงบทางการเมืองภายใน

สมัยรัชกาลที่ 3 ต่อเนื่องรัชกาลที่ 4

ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2394
2393 - 2399 สถิตราศีเมษ รัชกาลที่ 3 เสด็จสวรรคต รัชกาลที่ 4 ขึ้นครองราชย์ในปี 2394 พร้อมกับอัญเชิญพระอนุชาขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ด้วย เนื่องเพราะพระอนุชาทรงมีอำนาจทางการทหาร
2399 - 2406 สถิตราศีพฤษภ เริ่มมีปัญหากับฝรั่งเศส เพราะเวียดนามทำสงครามกับฝรั่งเศส เวียดนามขอให้ไทยช่วยเหลือ จึงทำให้ฝรั่งเศสไม่พอใจ
ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2408
2406 - 2413 สถิตราศีเมถุน พระอนุชาเสด็จสวรรคตปี 2408 รัชกาลที่ 4 เสด็จสวรรคตปี 2411 ซึ่งเป็นปีที่เกิดสุริยุปราคาพอดี และรัชกาลที่ 5 ขึ้นครองราชย์ปี 2411 นั้นเอง
2413 - 2420 สถิตราศีกรกฎ สงบจากการเมืองภายใน แต่การเมืองภายนอกทำให้ไทยเสียดินแดนไปหลายครั้งในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5

เช่นเดียวกับคราวก่อน เมื่อดาวมฤตยู(๐)เริ่มโคจรสถิตราศีเมษ มักจะเกิดการถ่ายเทอำนาจทางการเมือง หรือผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน จนถึงช่วงที่โคจรสถิตราศีเมถุน (2393 - 2408) ซึ่งรวมระยะเวลา 14-15 ปีเช่นกัน แต่คราวนี้มีข้อแตกต่างคือ รัชกาลที่ 4 ได้อัญเชิญพระอนุชาขึ้นครองราชย์ด้วย อาจทำให้กล่าวได้ว่า พระอนุชาทรงรับพระเคราะห์แทนในฐานะที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง

สมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ.2475

ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2475
2475 - 2482 สถิตราศีเมษ คณะราษฎรยึดอำนาจปี 2475 รัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติปี 2478 และต่อมารัชกาลที่ 8 ได้ขึ้นครองราชย์แทน
2482 - 2489 สถิตราศีพฤษภ เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ไทยต้องเข้าสู่ภาวะสงคราม เกิดข้าวยากหมากแพง ค่าเงินตกต่ำ และยังมีปัญหาการเมืองภายในระหว่างกลุ่มอำนาจเก่าและใหม่
ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2489
2489 - 2496 สถิตราศีเมถุน รัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคตกลางปี 2489 รัชกาลที่ 9 ได้ขึ้นครองราชย์ และต่อมาเกิดรัฐประหารปี 2491 การเมืองภายในประเทศจึงเริ่มสงบลง
2496 - 2503 สถิตราศีกรกฎ ถึงการเมืองภายในจะสงบลงเป็นระยะเวลา 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์รัฐประหารปี 2500 จนได้

ข้อสังเกตุยังเป็นเช่นเดิมคือ เมื่อดาวมฤตยู(๐)เริ่มโคจรสถิตราศีเมษ มักจะเกิดการถ่ายเทอำนาจทางการเมือง หรือผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน จนกระทั่งเริ่มสถิตราศีเมถุน (2475 - 2490) การถ่ายเทอำนาจจึงเสร็จสิ้น การเมืองภายในประเทศจึงเริ่มสงบลง

สมัยปัจจุบัน

ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2559
2559 - 2565 สถิตราศีเมษ รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตปี 2559 รัชกาลที่ 10 ขึ้นครองราชย์ ระหว่างนั้น ได้เกิดโรคโควิด-19ระบาดช่วงปี 2563 ถึง 2565 และเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงเป็นระยะเวลานาน
2565 - 2572 สถิตราศีพฤษภ การช่วงชิงอำนาจทางการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้นในการแบ่งขั้วอำนาจระหว่างฝ่ายประชาธิปไตย และฝ่ายอนุรักษ์นิยม ... ปัจจุบันปี 2567 ก็ยังคงต่อสู้กันอยู่ ยังไม่สามารถสรุปผลได้ คงต้องเฝ้ารอดูเหตุการณ์อีกอย่างน้อย 5 ปี
ดาวมฤตยู(๐)ปีพ.ศ. 2572
2572 - 2579 สถิตราศีเมถุน ผมไม่ขอพยากรณ์ใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่ขอฝากข้อมูลทางสถิติที่ผ่านมา 3 ครั้งให้ทุกท่านทดลองพยากรณ์ด้วยตัวเองครับ

ข้อสังเกตุแรกคือ ดาวมฤตยู(๐)เริ่มโคจรสถิตราศีเมษ (2559) ก็เกิดเหตุการณ์ดังสถิติที่ผ่านมาแล้ว ขณะนี้ปี 2567 การถ่ายเทอำนาจยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งยังอีกประมาณ 5 ปี กว่าที่ดาวมฤตยู(๐)จะโคจรสถิตราศีเมถุน 

ดูจากช่วงเวลาที่เหลืออยู่ดังกล่าว ผมประเมินสถานการณ์ได้ว่า การเลือกสมาชิกวุฒิสภาครั้งนี้ จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และองคาพยพต่างๆให้บังเกิดความสงบสุขภายในชาติขึ้นได้หลังจากเกิดปมขัดแย้งกันมาอย่างยาวนาน เนื่องเพราะการจัดสรรอำนาจตามรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นไปอย่างเที่ยงธรรมเพียงพอ (อ่านรัฐธรรมนูญได้ที่นี่) จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่เที่ยงธรรมนั้นเป็นจำนวนมาก เรียกร้องให้แก้ไขโดยด่วนก่อนจะบานปลาย

แน่นอนว่าการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะมีขั้นตอนและข้อกำหนดต่างๆที่ต้องใช้เวลา เช่น การใช้เสียงโหวตของสมาชิกวุฒิสภาไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสาม การทำประชามติ การร่าง ฯลฯ รวมเวลาแล้วกว่าจะได้ใช้งานจริงก็อีกหลายปี

ผมมีประสบการณ์ เชี่ยวชาญในอาชีพกลุ่มวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อย่างช่ำชองและโชกโชนมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 36 ปี (ดูจากรูปแรก) และมีรายได้จากอาชีพนี้เป็นหลัก ไม่ใช่อาชีพเสริม ไม่ใช่งานอดิเรก ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่เป็นผู้สร้างนวัตกรรมคนหนึ่ง ซึ่งมีความรู้เพียงพอที่จะทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชีพนี้ได้เป็นอย่างดี ... นี่เป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง ที่ผมได้ลงสมัครครั้งนี้

แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า การคัดกรองผู้สมัครให้มีคุณสมบัติตามที่รัฐธรรมนูญคาดหวังนั้น ผู้ปฏิบัติที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีความเคร่งครัดเพียงพอ ทำให้ผู้มีความสามารถหลายท่านตกรอบกันระนาว ไม่สามารถผ่านเข้าไปเป็นตัวจริงเสียงจริงได้ ... ผมก็ได้แต่ขอวอนผู้มีอำนาจให้เห็นแก่ประเทศชาติบ้างเถอะ อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนกันนักเลย จะได้มีความสุขสงบกันทุกฝ่ายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ครับ


วันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567

พิเภกพยากรณ์ดวงชะตาปี พ.ศ. 2567

 ปี พ.ศ. 2567 นี้ ขอมาเป็นรูปนะครับ เชิญตรวจดวงชะตาทั้ง 12 ราศีกันได้เลย ... ด้านล่างนี้
















วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

รู้จังหวะชีวิต ด้วยโหราศาสตร์ไทย

เชื่อมั๊ย? ผมรู้ตัวก่อนล่วงหน้าถึง 5 ปี ว่าจะต้องเกษียณก่อนกำหนด !!!
ท่านที่เคยอ่านบทความแนะนำตัวของผมในเว็บบล็อก "โหรพิเภก" (https://ipipek.blogspot.com/2014/05/blog-post.html) เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ลองอ่านถึงย่อหน้าท้ายๆ ที่บอกว่าจะปลดเกษียณตอนอายุ 55 ปี หรือปีพ.ศ. 2562 ... ทำไมผมจึงพยากรณ์อย่างนั้น มาดูกันครับ

พิจารณาดาวจรกระทบดาวกำเนิด ไล่เรียงไปตามกาลเวลา เริ่มจาก ...

๑. ราหู(๘)จรถึงอังคาร(๓)กำเนิด และเสาร์(๗)กำเนิด ตั้งแต่ปลายปี 60 จนถึง ต้นปี 62 จะถูกบังคับด้วยกฎระเบียบ รวมถึงกฎหมายต่างๆ ทำให้กิจกรรมหรืองานที่ทำหยุดชะงักได้ แต่ข้อดีคือจะได้รับผลประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะเรื่องเงินๆทองๆ (ลองย้อนกลับไปดูโพสต์ก่อนๆ เกี่ยวกับลาภใหญ่ครับ)

๒. จากนั้นราหู(๘)จรย้ายสถิตภพกัมมะ ตอนต้นปี 62 ถึง ปลายปี 63 จะเกิดข้อขัดแย้งในการทำงาน หรือมีอุปสรรคปัญหามากมายจากการทำงาน ซึ่งต้องระดมทั้งความรู้ที่มีอยู่ และมีการเรียนรู้ใหม่ๆเกิดขึ้น เพื่อให้กิจกรรมนั้นบรรลุผลสำเร็จให้ได้

๓. ในขณะเดียวกันนั้น เสาร์(๗)จรถึงราหู(๘)กำเนิดในภพกัมมะ ตั้งแต่ปลายปี 60 ถึงต้นปี 63 จะได้ลาภผลเงินทองก้อนใหญ่จากหน้าที่การงาน ... จุดนี้ทำให้ผมคิดว่า ปลายปี 62 นี่แหละ เหมาะที่จะเกษียณที่สุด เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้ เคยเกิดกับผมมาแล้วเมื่อประมาณเกือบ 15 ปีก่อน ต้องออกจากงาน เนื่องจากนายจ้างปิดกิจการ ได้รับเงินชดเชยก้อนใหญ่ทีเดียว

ถ้าผมเกษียณปลายปี 62 แล้วปี 63 ล่ะ หลังจากเกษียณแล้วจะเป็นยังไง

๔. เสาร์(๗)จรย้ายราศีต้นปี 63 ถึงอังคาร(๓)กำเนิด อันนี้บอกว่า งานหนัก งานมีปัญหา งานล่าช้า ไปจนถึงโยกย้ายงาน และตกงาน ซึ่งเหมาะกับการเริ่มสร้างงานของตัวเอง

แต่ แต่ แต่ ...

๕. เสาร์(๗)จรพักร์(ถอยหลัง)ช่วงครึ่งหลังปี 63 ย้ายกลับมาถึงราหู(๘)กำเนิดอีกรอบ ... เอ๊ะ! หรือว่าจะได้เงินก้อนใหญ่อีกรอบ

๖. เสาร์(๗)จรย้ายราศีปลายปี 63 ถึงอังคาร(๓)กำเนิดอีกรอบ จนถึงต้นปี 66 (เหมือนข้อ 4.) งานหนัก งานมีปัญหา งานล่าช้า ไปจนถึงโยกย้ายงาน และตกงาน ซึ่งเหมาะกับการเริ่มสร้างงานของตัวเอง ... แต่คราวนี้เป็นของจริง

อย่างไรก็ตาม เมื่อการโคจรของดวงดาวบอกว่า จะมีโอกาสได้ถึง 2 ครั้ง คือปลายปี 62 และ 63 ... นั่นหมายถึง การเกษียณก่อนกำหนดของผม อาจเป็นได้ทั้งปลายปี 62 และ 63 ด้วยเหมือนกัน ในตอนที่ผมเขียนบทความแนะนำตัวนั้น ผมยังเชื่อมั่น และอยากให้เป็นปี 62 มากกว่า เผื่อว่าจะได้อีกรอบตอนปลายปี 63

แต่เรื่องจริงคือ ปลายปี 62 ยังไม่สามารถเกษียณได้ตามที่หวัง เป็นเพราะผมได้เงินก้อนใหญ่จากผู้มีอุปการคุณแบบคาดไม่ถึง เพื่อมาปิดบัญชีเงินกู้ซื้อบ้าน ซึ่งทำให้ผมปลดหนี้ก้อนนี้หมดเลยทีเดียว ... ผมยังคงมุ่งมั่นทำงานต่อไป ถือว่าไม่เสียหายอะไร เงินเดือนก็มีให้ใช้โดยไม่ต้องผ่อนชำระค่าบ้านแล้ว จนผมลืมสนิทไปเลยว่า ยังมีความหวังอีก 1 ครั้ง

และในที่สุด สวรรค์เข้าข้างผม การยื่นขอเกษียณก่อนกำหนดได้รับการอนุมัติในปลายปี 63 จริงๆ (ตามข้อ 5.) หลังจากที่รอมานาน ได้รับเงินชดเชยมากโข ปิดบัญชีเงินกู้ซื้อรถยนต์อีกนิดหน่อย เป็นอันหมดหนี้หมดสิน 100 เปอร์เซนต์ สบายใจเฉิบ

... ผ่านมาแล้ว 2 ปีกว่า (ตามข้อ 4.) ผมมีเวลาสร้างสรรค์ผลงานออกมาหลายชิ้น ตามที่ทุกๆท่านได้เห็นผ่านตากันมาแล้ว และชีวิตก็เป็นไปตามลักษณะการโคจรของดวงดาวทุกประการ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า

"ผู้ที่เรียนรู้ และเข้าใจการโคจรของดวงดาว
ย่อมวางแผนชีวิตได้ดีกว่าไม่เรียนรู้อะไรเลย"


วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

"ราหู" ส่งผลดีได้อย่างไร

พอราหูย้ายราศีแต่ละครั้ง ก็มักจะมีหมอดูออกมาทำนายถึงความร้ายแรงอยู่ตลอดเวลา และเมื่อเดือนตุลาคม 2566 ที่ผ่านมาก็เช่นกัน ได้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่สนใจ ไปกราบไหว้รูปเคารพที่มีความศรัทธาอยู่เนืองๆ


ดาวราหู(๘) เป็นดาวบาปเคราะห์ที่ดูน่ากลัวสำหรับหลายๆคน เพราะมักจะทำให้เกิดเรื่องร้ายๆบ่อยครั้ง เช่น ป่วย ทะเลาะ บางทีถึงขั้นเสียชีวิต แม้แต่โหรบางท่านที่ลัคนาสถิตราศีกุมภ์ มีราหู(๘)เป็นตนุลัคน์ ก็ยังทำใจไม่ค่อยได้(ฮา) ด้วยกลัวฤทธิ์ของราหูนั่นเอง

จริงๆแล้ว ราหู(๘) มีทั้งคุณและโทษ เวลาให้คุณขึ้นมาละก็ เกินคุ้มเลยทีเดียว การวิเคราะห์ถึงการให้คุณก็ไม่ยากเย็นอะไร สามารถดูจากตำแหน่ง เกษตร อุจ องค์เกณฑ์ ตามตำราว่าไว้

ส่วนจะเป็นเรื่องหรือเหตุการณ์อะไรนั้น ก็ดูจากเรือนที่สถิตอยู่ และราหู(๘)เป็นเจ้าเรือนอะไร ... ไม่ยากนะครับ

ผมมีตัวอย่างจากตำราเล่มหนึ่ง ก็มีความเห็นเกี่ยวกับราหูไปในทางที่ดีและร้าย ตามรูปใต้โพสต์นี้ ที่สำคัญคือ ผมมีตัวอย่างดวงจริง ประสบการณ์จริง ให้ดูด้วยว่า เป็นไปตามตำราจริงๆ ...

ดวงนี้เป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดม ศึกษา ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับชั้นมัธยมปลายอันดับ 1 ของประเทศ ที่สอบเข้าได้ยากมากที่สุด
 
ในขณะที่สอบเข้าเรียนชั้นมัธยมต้น เด็กคนนี้ก็สอบเข้าได้เป็นอันดับ 1 ของโรงเรียนอีกด้วยนะครับ นั่นหมายถึงการเป็นผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลมเป็นอย่างยิ่ง ...

เอาไว้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก่อน แล้วผมจะมาเล่าให้ฟังอีก ดูจากมฤตยู(๐)กุมลัคน์แล้ว ไม่พ้นแพทย์ หรือวิศวะ หรือเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูงแน่ๆครับ.


ดวงแต่งงาน ดูอย่างไร

ปลายปีพ.ศ.2565 ผมถูกไหว้วานให้ช่วยดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่เพื่อจัดงานมงคลสมรสไปพร้อมๆกัน ถ้าเพียงแต่ขึ้นบ้านใหม่ ก็คงเลือกวันดีตามหลักกาลโยค แล้วย้ำความปังด้วยฤกษ์จันทร์อีกทีหนึ่ง ... แต่นี่จะจัดพิธีมงคงสมรสด้วย แบบนี้ก็ต้องขอวันเดือนปีเกิด เวลาตกฟาก และจังหวัดเกิด ของทั้งคู่บ่าวสาวมาตรวจดูก่อนว่า จะมีโอกาสแต่งงานกันหรือไม่

หลังจากตรวจดูแล้ว ยืนยันได้ว่าวันเกิดของเจ้าสาวเป็นข้อมูลที่ถูกต้องเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต แต่สำหรับของเจ้าบ่าว ยังไม่มีเหตุการณ์ในอดีตมายืนยัน ก็เลยต้องใช้ดวงของเจ้าสาวเพียงดวงเดียว
โดยปกติ กฎเกณฑ์ที่ใช้วิเคราะห์กันทั่วไป มักเป็นดังนี้

๑. พฤหัส(๕)จรกุมจันทร์(๒)กำเนิด หรือ พฤหัส(๕)จรสถิตเรือนปัตนิ / อันนี้ผมพบเจอเป็นส่วนใหญ่จากการดูดวง ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือชาย
๒. ตนุลัคน์จร หรือ ดาวศุภเคราะห์จร(มากกว่า 1 ดวง) สถิตเรือนปัตนิ
๓. เจ้าเรือนปัตนิจรสถิตเรือนปัตนิ หรือเป็นเกษตร
๔. เจ้าเรือนปัตนิจรกุมเจ้าเรือนปัตนิกำเนิด
๕. ...

สรุปแบบง่ายๆ คือมีดาวศุภเคราะห์จรโดยเฉพาะ พฤหัส(๕) และศุกร์(๖) โคจรสัมพันธ์กับเรือนปัตนิหรือเจ้าเรือนปัตนิกำเนิดนั่นเอง

แต่ถ้าใครแต่งงาน หรือมีครอบครัวอยู่แล้ว และบังเอิญมาอ่านโพสต์นี้เข้า แล้วเห็นว่าดาวกำลังโคจรเข้าตามเกณฑ์ที่ผมบอกนี้ ก็อย่าริอ่านไปแต่งซ้ำซ้อนนะครับ ... เดี๋ยวมีเรื่อง (ฮา)