วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ลีลาการโคจรของดวงดาวปี 2561

ปีพ.ศ.๒๕๖๑นี้ ผมขอเขียนเรื่องลีลาการโคจรของดวงดาวก่อน เพราะผมเห็นว่า ถ้าเราเข้าใจการโคจรของดวงดาวก่อน เราก็จะเข้าใจความเป็นไปในชีวิตก่อนเช่นกัน ลองสังเกตกันดูนะครับ

หลังจากที่ผมตรวจดูเฉพาะดาวหลักๆ ผมเห็นว่า ดาวเสาร์(๗)และดาวราหู(๘)ซึ่งเป็นดาวบาปเคราะห์ ท่านโคจรเป็นไปตามธรรมชาติของท่าน คือให้โทษโดยปกติ ดังนั้นการพยากรณ์ก็จะเป็นไปตามธรรมชาติเหมือนกัน คือพยากรณ์เรื่องร้ายๆได้เต็มที่ แล้วแต่ว่าท่านจะโคจรสถิตในเรือนชะตาใดของลัคนาครับ

ส่วนดาวพฤหัส(๕)ซึ่งเป็นดาวศุภเคราะห์ ท่านก็โคจรไปตามธรรมชาติของท่านอีกเหมือนกัน คือให้คุณประโยชน์กับทุกๆลัคนา แล้วแต่ว่าจะเป็นคุณในเรือนชะตาใด พยากรณ์เรื่องดีๆได้อย่างเต็มที่เลยครับ

ดาวอังคาร(๓)ซึ่งเป็นดาวบาปเคราะห์ เป็นดาวที่ผมเห็นว่าท่านโคจรผิดปกติในปี2561นี้ เพราะปีหนึ่งๆท่านควรจะโคจรผ่านราศีได้ประมาณปีละ 8 ราศีโดยเฉลี่ย แต่ท่านกลับโคจรได้เพียง 6 ราศีเท่านั้น

แต่ไม่ต้องตกอกตกใจกันไป เพราะปีนี้ดาวอังคาร(๓)ท่านโคจรให้คุณแรงในตำแหน่งอุจจ์ที่ราศีมังกรตั้งแต่ 26 เมษายนถึง 6 พฤศจิกายนกันเลยทีเดียว แต่จะเป็นคุณเรื่องใดนั้น ลองปรึกษาโหรดูนะครับ

ลิ้งค์บทความที่เกี่ยวข้อง
2. ดวงดาวโคจรย้ายราศีปี 2560
3. ดวงดาวโคจรย้ายราศีปี 2561

ผมยังคงขอคัดลอกคำอธิบายจากครั้งก่อนๆมาเพื่อให้ผู้ที่เริ่มศึกษาสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องย้อนกลับไปดูตามนี้นะครับ

"นอกจากการโคจรย้ายราศีของดวงดาวแล้ว สิ่งหนึ่งที่โหรควรจะนำมาพิจารณาประกอบการพยากรณ์ให้มีความละเอียดละออมากยิ่งขึ้น ก็คือลักษณะการโคจร

การโคจรของดวงดาวมีลักษณะแตกต่างกัน เนื่องจากความเร็วในการโคจรไม่เท่ากันนั่นเอง และที่ความเร็วไม่เท่ากัน ก็เพราะวงโคจรไม่ได้เป็นวงกลมซะทีเดียว แต่เป็นวงรีนิดหน่อยครับ


โดยปกติ ลักษณะการโคจรของดวงดาวที่ผิดปกติในทางโหราศาสตร์มี 3 ลักษณะดังนี้

1. พักร์ - โคจรถอยหลัง
ในความเป็นจริง ดวงดาวไม่ได้โคจรถอยหลังจริงๆนะครับ แต่เป็นช่วงที่ความเร็วในการโคจรช้ากว่าโลก เมื่อมองออกไปจากโลก ก็เลยเห็นเหมือนดาวกำลังถอยหลัง คล้ายๆกับการที่เราขับรถเร็วกว่าคันอื่นๆ เราก็จะเห็นรถคันอื่นกำลังถอยหลังห่างจากเราไปนั่นเอง

2. มณฑ์ - โคจรช้าหรือหยุดนิ่ง
เป็นช่วงที่โลกโคจรด้วยความเร็วพอๆกับดาวที่เราสังเกตุ เมื่อมองออกไปจากโลก ก็เลยเห็นว่าโคจรช้าหรือหยุดนิ่ง

3. เสริด - โคจรเดินหน้าอย่างรวดเร็ว (อ่านว่า เสิด)
เป็นช่วงที่โลกโคจรช้ากว่า เมื่อมองออกไปจากโลก ก็เลยเห็นเหมือนดาวกำลังโคจรห่างจากเราไปเรื่อยๆ เหมือนกับการที่เราขับรถช้ากว่าคันอื่นๆ เราก็จะเห็นรถคันอื่นหนีห่างจากเราไปเช่นกัน

ตำราบางเล่มบอกว่า การโคจรทั้ง 3 ลักษณะนี้ เป็นการโคจรที่ผิดปกติ ทำให้ดาวดวงนั้นๆให้โทษ แต่ตำราบางเล่มก็บอกว่าเป็นการชะลอหรือเร่งเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

สำหรับผมแล้วถูกทั้งสองแบบครับ คือถ้าเราพิจารณาดาวในดวงกำเนิด ดาวที่โคจรผิดปกติ ผมจะถือเป็นดาวที่ให้โทษ ส่วนในดวงจรที่ใช้พยากรณ์เหตุการณ์ในปัจจุบัน ผมจะถือว่าเป็นการชะลอหรือเร่งเหตุการณ์ครับ"

ทีนี้เรามาดูว่าดาวแต่ละดวง มีลักษณะการโคจรเป็นอย่างไรในปี 2561 นี้

หมายเหตุ
1. ตัวหนังสือสีเขียว คือช่วงเวลาที่ดาวให้คุณ
2. ตัวหนังสือสีแดง คือช่วงเวลาที่ดาวให้โทษ
3. ดาวที่ได้ตำแหน่ง เกษตร อุจจ์ มหาจักร ราชาโชค องค์เกณฑ์ ถือว่าให้คุณ
4. ดาวที่ได้ตำแหน่ง ประนิจ ถือว่าให้โทษ
5. ดาวศุภเคราะห์ที่ไม่ได้ตำแหน่งใดๆ ถือว่าให้คุณโดยปกติ ได้แก่ ดาวพฤหัส(๕) ดาวพุธ(๔) ดาวศุกร์(๖)
6. ดาวบาปเคราะห์ที่ไม่ได้ตำแหน่งใดๆ ถือว่าให้โทษโดยปกติ ได้แก่ ดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘) ดาวอังคาร(๓)


ตำแหน่งของดาวเสาร์ในปี พ.ศ. 2561
ดาวเสาร์ (๗)
1 มกราคม -  23 เมษายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีธนู ให้โทษโดยปกติ

23 เมษายน -  26 สิงหาคม พ.ศ. 2561
โคจรพักร์ในราศีธนู ชะลอการให้โทษโดยปกติ

26 สิงหาคม - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีธนู ให้โทษโดยปกติ






ตำแหน่งของดาวราหูในปี พ.ศ. 2561
ดาวราหู (๘)
1 มกราคม - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561
โคจรพักร์ตามปกติในราศีกรกฎ ให้โทษโดยปกติ












ตำแหน่งของดาวพฤหัสในปี พ.ศ. 2561
ดาวพฤหัส (๕)
1 มกราคม - 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีตุลย์ ให้คุณโดยปกติ

9 กุมภาพันธ์ - 9 มีนาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีพิจิก ให้คุณในตำแหน่งมหาจักร

9 มีนาคม - 14 เมษายน พ.ศ. 2561
โคจรพักร์ในราศีพิจิก ชะลอการให้คุณในตำแหน่งมหาจักร

14 เมษายน - 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
โคจรพักร์ในราศีตุลย์ ชะลอการให้คุณโดยปกติ

18 กรกฎาคม - 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีตุลย์ ให้คุณโดยปกติ

6 ตุลาคม - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีพิจิก ให้คุณในตำแหน่งมหาจักร



ตำแหน่งของดาวอังคารในปี พ.ศ. 2561
ดาวอังคาร (๓)
1 มกราคม - 17 มกราคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีตุลย์ ให้โทษในตำแหน่งประ ให้คุณกับลัคนาราศีตุลย์ในตำแหน่งนรเกณฑ์

17 มกราคม - 4 มีนาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีพิจิก ให้คุณในตำแหน่งเกษตร

4 มีนาคม - 26 เมษายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีธนู ให้โทษโดยปกติ

26 เมษายน - 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีมังกร ให้คุณในตำแหน่งอุจจ์

11 กรกฎาคม - 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
โคจรพักร์ในราศีมังกร ชะลอการให้คุณในตำแหน่งอุจจ์

21 สิงหาคม - 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีมังกร ให้คุณในตำแหน่งอุจจ์

6 พฤศจิกายน  - 23 ธันวาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีกุมภ์ ให้โทษโดยปกติ ให้คุณกับลัคนาราศีพฤษภในตำแหน่งปัศวเกณฑ์ และให้คุณกับลัคนาราศีกุมภ์ในตำแหน่งนรเกณฑ์

23 ธันวาคม - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีมีน ให้โทษโดยปกติ



ตำแหน่งของดาวอาทิตย์ในปี พ.ศ. 2561
ดาวอาทิตย์ (๑)
1 - 14 มกราคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีธนู

14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีมังกร

13 กุมภาพันธ์ - 15 มีนาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีกุมภ์ ให้โทษในตำแหน่งประ ให้คุณกับลัคนาราศีพฤษภในตำแหน่งปัศวเกณฑ์ และให้คุณกับลัคนาราศีกุมภ์ในตำแหน่งนรเกณฑ์


15 มีนาคม - 14 เมษายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีมีน

14 เมษายน - 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีเมษ ให้คุณในตำแหน่งอุจจ์

15 พฤษภาคม - 15 มิถุนายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีพฤษภ ให้คุณกับลัคนาราศีสิงห์ในตำแหน่งปัศวเกณฑ์


15 มิถุนายน - 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีเมถุน ให้คุณในตำแหน่งราชาโชค


17 กรกฎาคม - 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีกรกฎ  ให้คุณในตำแหน่งมหาจักร


17 สิงหาคม - 17 กันยายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีสิงห์ ให้คุณในตำแหน่งเกษตร


17 กันยายน - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีกันย์ ให้คุณกับลัคนาราศีกันย์ในตำแหน่งนรเกณฑ์


18 ตุลาคม - 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีตุลย์ ให้โทษในตำแหน่งนิจ ให้คุณกับลัคนาราศีตุลย์ในตำแหน่งนรเกณฑ์


17 พฤศจิกายน - 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีพิจิก

16 ธันวาคม - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีธนู




ตำแหน่งของดาวพุธในปี พ.ศ. 2561

ดาวพุธ (๔)
1 - 6 มกราคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีพิจิก ให้คุณโดยปกติ

6 - 23 มกราคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีธนู ให้โทษในตำแหน่งประ

23 มกราคม - 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีมังกร ให้คุณโดยปกติ

9 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีกุมภ์ ให้คุณโดยปกติ

1 มีนาคม - 17 มีนาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีมีน ให้โทษในตำแหน่งประและนิจ


17 มีนาคม - 4 เมษายน พ.ศ. 2561
โคจรพักร์ในราศีมีน ชะลอการให้โทษในตำแหน่งประและนิจ


4 เมษายน - 6 เมษายน พ.ศ. 2561
โคจรพักร์ในราศีกุมภ์ ชะลอให้คุณโดยปกติ


6 เมษายน - 7 เมษายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีกุมภ์ ให้คุณโดยปกติ

7 เมษายน - 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีมีน ให้โทษในตำแหน่งประและนิจ


4 - 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีเมษ ให้คุณโดยปกติ


21 พฤษภาคม - 6 มิถุนายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีพฤษภ ให้คุณโดยปกติ


6 มิถุนายน - 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีเมถุน ให้คุณในตำแหน่งเกษตร

24 มิถุนายน - 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
โคจรเดินหน้าในราศีกรกฎ ให้คุณโดยปกติ


14 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561
โคจรพักร์ในราศีกรกฎ ชะลอการให้คุณโดยปกติ


3 - 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีกรกฎ ให้คุณโดยปกติ


28 สิงหาคม - 15 กันยายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีสิงห์ ให้คุณในตำแหน่งราชาโชคและมหาจักร

15 กันยายน - 2 ตุลาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีกันย์ ให้คุณในตำแหน่งเกษตร

2 - 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีตุลย์ ให้คุณโดยปกติ

22 ตุลาคม - 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีพิจิก ให้คุณโดยปกติ

6 - 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
โคจรพักร์ในราศีพิจิก ชะลอการให้คุณโดยปกติ

16 - 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
โคจรพักร์ในราศีตุลย์ ชะลอการให้คุณโดยปกติ

25 พฤศจิกายน - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีตุลย์ ให้คุณโดยปกติ

8 - 29 ธันวาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีพิจิก ให้คุณโดยปกติ

29 - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีธนู ให้โทษในตำแหน่งประ



ตำแหน่งของดาวศุกร์ในปี พ.ศ. 2561
ดาวศุกร์ (๖)
1 - 16 มกราคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีธนู ให้คุณโดยปกติ

16 มกราคม - 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีมังกร ให้คุณโดยปกติ

8 กุมภาพันธ์ - 4 มีนาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีกุมภ์ ให้คุณโดยปกติ

4 - 29 มีนาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีมีน ให้คุณในตำแหน่งอุจจ์

29 มีนาคม - 22 เมษายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีเมษ ให้โทษในตำแหน่งประ ให้คุณกับลัคนาราศีมังกร ในตำแหน่งอัมพุเกณฑ์

22 - 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีพฤษภ ให้คุณในตำแหน่งเกษตร

17 พฤษภาคม - 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีเมถุน ให้คุณโดยปกติ

11 มิถุนายน - 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีกรกฎ ให้คุณในตำแหน่งราชาโชค

7 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีสิงห์ ให้คุณโดยปกติ

1 - 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีกันย์ ให้โทษในตำแหน่งนิจ ให้คุณกับลัคนาราศีกันย์ ในตำแหน่งนรเกณฑ์

31 สิงหาคม - 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีตุลย์ ให้คุณในตำแหน่งเกษตร

16 ตุลาคม - 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
โคจรพักร์ในราศีตุลย์ ชะลอการให้คุณในตำแหน่งเกษตร

16 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561
โคจรเดินหน้าในราศีตุลย์ ให้คุณในตำแหน่งเกษตร


วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

โหราศาสตร์ไทยเพื่อสุขภาพ (ตอนจบ คุณจะป่วยด้วยโรคอะไรในปี2560)

ห่างหายไปนานเป็นเดือนจนรู้สึกกังวลใจว่า นี่เราเขียนบทความค้างเอาไว้ ยังไม่เสร็จนะ ตอนสุดท้ายของโหราศาสตร์ไทยเพื่อสุขภาพ ...

ที่ผมหายไปก็เป็นเพราะดาวประจำตัวของผมเองนี่แหละครับ ท่านโคจรไปสู่ตำแหน่งที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้มีเรื่องราวต่างๆวุ่นวายไปหมดทั้งสุขภาพตัวเองและสภาพแวดล้อมที่ไม่ค่อยสะดวกสบายนัก แต่ก็เป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่า บทความที่ผมเขียนไว้ตอนที่แล้ว เป็นทฤษฎีการพยากรณ์ที่มีความแม่นยำจริง จากเหตุการณ์จริง !!!


ภาพจากวิกิพีเดีย แสดงราศีที่ครองอวัยวะต่างๆของร่างกาย
โดยเป็นโหราศาสตร์ของต่างประเทศ
ภาพประกอบอาจจะไม่เกี่ยวกับโหราศาสตร์ไทย แต่ผมกำลังจะบอกว่า โหราศาสตร์ของต่างประเทศก็มีวิธีการพยากรณ์สุขภาพเช่นเดียวกับโหราศาสตร์ไทยครับ

ตอนที่แล้วผมบอกว่าราศีใดควรจะดูแลสุขภาพตัวเองในช่วงใดของปี2560 คราวนี้ผมจะระบุโดยเฉพาะเจาะจงไปเลยว่าควรจะดูแลอวัยวะใดเป็นพิเศษ เพราะแต่ละราศีจะมีอวัยวะที่อ่อนแอหรือแข็งแรงไม่เหมือนกันครับ

โดยทั่วไปแล้ว การพิจารณาว่าอวัยวะใดมีความบกพร่องหรืออ่อนแอนั้น มีหลักการดังนี้

1. อวัยวะประจำราศี แต่ละราศีจะมีอวัยวะที่ครองอยู่ไม่เหมือนกัน ในทางโหราศาสตร์ไทยสามารถจำแนกได้ดังต่อไปนี้

เมษ - ศรีษะ
พฤษภ - คอ ทางเดินหายใจ
เมถุน - ไหล่ แขน มือ
กรกฎ - อก
สิงห์ - หัวใจ ชายโครง สีข้าง หลัง
กันย์ - ท้อง กระเพาะ ลำไส้
ตุลย์ - เอว ท้องน้อย ไต กระเพาะปัสสาสวะ มดลูก
พิจิก - สะโพก ก้นกบ อวัยวะเพศ
ธนู - ต้นขา
มังกร - เข่า
กุมภ์ - น่อง หน้าแข้ง
มีน - ข้อเท้า เท้า

พิจารณาในเบื้องต้นได้ว่า ถ้าลัคนาสถิตราศีใด มักจะมีอาการเจ็บป่วยตามอวัยวะที่กล่าวมาครับ 

แต่ถ้าทราบว่าในดวงชะตากำเนิด มีดาวเสาร์(๗) ดาวราหู(๘) หรือดาวอังคาร(๓)สถิตที่ราศีใด อวัยวะตามราศีนั้นก็จะมีความบกพร่องหรือไม่ค่อยแข็งแรงนัก อันนี้อาจต้องลองปรึกษาโหรดูนะครับ

2. โรคจากดาว ดาวแต่ละดวงก็มีโรคประจำตัวอยู่เช่นเดียวกัน พิจารณาได้อย่างง่ายๆคือ ดาวเจ้าเรือนของราศีใดไปสถิตภพอริ มรณะ หรือวินาสน์ ก็จะเป็นโรคเกี่ยวกับอวัยวะของราศีนั้นครับ ตัวอย่างเช่น

ดาวอาทิตย์(๑) - โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังเช่น กระดูกทับเส้นประสาท
ดาวจันทร์(๒) - วัณโรค มะเร็งเต้านม โรคทรวงอก
ดาวอังคาร(๓) - โรคเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ โรคเกียวกับสมอง
ดาวพุธ(๔) - โรคกระเพาะ โรคลำไส้ ไหล่ติด นิ้วล๊อค
ดาวพฤหัส(๕) - เหน็บชา ตะคริว โปลิโอ
ดาวศุกร์(๖) - คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ โรคไต โรคนิ่ว ซีสต์ในโพรงมดลูก
ดาวเสาร์(๗) - ข้อเข่าเสื่อม เข่าหลุด โรคเกาต์
ดาวราหู(๘) - แข้งขาหัก กระดูกพรุน

กรณีนี้ต้องปรึกษาโหรให้ช่วยหาลัคนาเพื่อจะได้รู้ว่า มีดาวดวงไหนบ้างที่สถิต ณ ทุสถานภพทั้งสามครับ

เอาล่ะครับ คราวนี้เอาคำพยากรณ์จากตอนที่แล้ว มาผสมผสานกับอวัยวะและโรคในตอนนี้ แล้วมาดูกัน!

แต่ขอออกตัวก่อนนะครับว่า คำพยากรณ์ที่ผมกำลังจะกล่าวถึงนี้ เป็นไปตามทฤษฎีมาตรฐานทั่วไปเพียงข้อเดียวเท่านั้น ถ้าจะเอาแบบแม่นๆจริงๆ อันนี้คงต้องปรึกษาโหรที่ท่านไว้ใจ ให้คำนวณหาลัคนาและตำแหน่งของดวงดาวต่างๆในตอนเกิดซึ่งสามารถระบุอวัยวะที่จะเจ็บป่วยได้อย่างแม่นยำกว่าครับ



  • ราศีเมษ - ๑๒ กรกฎาคม ถึง ๒๗ สิงหาคม และ ๓๐ พฤศจิกายน ถึง ๓๑ ธันวาคม ระวังอาการป่วยทางสมอง เป็นไข้ปวดหัวตัวร้อน หัวร้างข้างแตก 
  • ราศีพฤษภ - ๑ มิถุนายน ถึง ๒ กรกฎาคม , ๑๑ ตุลาคม ถึง ๔ พฤศจิกายน และ ๒๙ พฤศจิกายน ถึง ๒๓ ธันวาคม ระวังโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ
  • ราศีเมถุน - ๖ ถึง ๓๑ มกราคม และ ๖ มีนาคม ถึง ๑๐ พฤษภาคม ให้ระวังอาการไหล่ติด นิ้วลีอค ออฟฟิซซินโดรม
  • ราศีกรกฎ - มีโอกาสป่วยทุกเดือน แต่มักจะไม่รู้สึกเพราะชินกับความไม่แข็งแรงอยู่แล้ว มักมีอาการเหนื่อยง่าย ใจเสาะ ปอดติดเชื้อ วัณโรค มะเร็งเต้านม
  • ราศีสิงห์ - ๑๓ กุมภาพันธ์ ถึง ๑๔ มีนาคม และ ๑๘ ตุลาคม ถึง ๑๗ พฤศจิกายน ระมัดระวังโรคหัวใจ โรคกระดูกทับเส้นประสาท
  • ราศีกันย์ - ๖ ถึง ๓๑ มกราคม และ ๖ มีนาคม ถึง ๑๐ พฤษภาคม ระวังโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน อาหารเป็นพิษ ท้องร่วง
  • ราศีตุลย์ - ๑ มิถุนายน ถึง ๒ กรกฎาคม , ๑๑ ตุลาคม ถึง ๔ พฤศจิกายน และ ๒๙ พฤศจิกายน ถึง ๒๓ ธันวาคมระวังอาการของโรคไต นิ่ว กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคเกี่ยวกับมดลูก
  • ราศีพิจิก - ๑๒ กรกฎาคม ถึง ๒๗ สิงหาคม และ ๓๐ พฤศจิกายน ถึง ๓๑ ธันวาคม ให้ระมัดระวังโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ราศีธนู - ๑ มกราคม ถึง ๑๒ มกราคม และ ๑๒ มีนาคม ถึง ๖ กันยายน ระวังอาการของตะคริว เหน็บชา กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ
  • ราศีมังกร - ไม่ต้องระมัดระวังมากนัก เพราะมีความอดทนสูงตามลักษณะนิสัยประจำตัว แต่ก็ต้องระวังโรคที่เกี่ยวกับเข่า ข้อเสื่อม โรคเกาต์
  • ราศีกุมภ์ - ๑ มกราคม ถึง ๔ สิงหาคม ระวังกล้ามเนื้อน่องอักเสบ หน้าแข้งชนของแข็ง
  • ราศีมีน - ๑ มกราคม ถึง ๑๒ มกราคม และ ๑๒ มีนาคม ถึง ๖ กันยายน ระวังเดินเหยียบของมีคม เสี้ยนตำเท้า ข้อเท้าเคล็ด



วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

โหราศาสตร์ไทยเพื่อสุขภาพ (ตอนที่ 2 ดูอย่างไร? ราศีที่จะเจ็บไข้ได้ป่วยในปี 2560 นี้)

ขงเบ้ง หรือ จูกัดเหลียง
(ขอบคุณภาพจากวิกิพีเดีย)
"อ่ะขงเบ้งดู๊ด๊าววว ชะเอิงเอ๋ยยย เมื่อดาวตก ..." เพลงนี้อาจจะเก่าไปหน่อย หลายๆท่านคงไม่ค่อยรู้จักเพราะเพลงนี้น่าจะประมาณ 40 ปีมาแล้ว แต่ผมยังจำได้ เนื่องจากผู้แต่งเอาเค้าโครงมาจากบทประพันธ์เรื่องสามก๊ก ตอนที่ขงเบ้งกำลังทำศึกกับสุมาอี้ ได้สังเกตดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน เห็นดาวประจำตัวส่องแสงอ่อน หม่นหมองลงไป พยากรณ์ว่าตัวเองคงจะต้องจบชีวิตลงแน่แล้ว อุตส่าห์ทำพิธีจุดโคมต่อดวงชะตา และเพื่อไม่ให้ดาวประจำตัวตกจากฟากฟ้า เพราะขงเบ้งทราบว่าสุมาอี้ก็มีความเชี่ยวชาญในโหราศาสตร์เช่นกัน ถ้าสุมาอี้เห็นดาวของขงเบ้งหม่นหมองก็จะต้องยกทัพมาตีเป็นแน่ แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่สามารถรักษาโคมต่อดวงชะตานั้นไว้ได้ ...

ที่เกริ่นเยิ่นเย้อมานั้น ไม่ใช่ให้อ่านกันเล่นๆนะครับ ที่จริงแล้วเป็นเคล็ดลับในการพยากรณ์อย่างหนึ่ง และแม่นยำซะด้วยตามประสบการณ์ของผมเอง การศึกษาจากตำราอย่างเดียวแล้วพยากรณ์ออกไป อาจทำให้ไม่มั่นใจเพียงพอ สู้พยากรณ์จากประสบการณ์จริงไม่ได้ ที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือจากผู้ฟังได้ดีกว่า

ที่ผมกำลังจะกล่าวถึงนี้เป็นหลักการง่ายๆหนึ่งในหลายๆหลักการครับ และจำเป็นต้องทราบก่อนว่าลัคนาของเจ้าชะตาคือราศีอะไร เพราะเมื่อทราบลัคนาแล้วก็จะทราบว่าดาวประจำตัว(หรือดาวเจ้าเรือนลัคนา หรือตนุลัคน์นั่นเอง)คือดาวอะไร ให้ใช้ดาวนั้นมาดูต่อว่า ในปัจจุบันกำลังโคจรอยู่ในตำแหน่งให้โทษเช่น ประ หรือนิจ หรือไม่ ถ้าใช่ ก็ให้ระมัดระวังปัญหาเรื่องสุขภาพไว้ก่อนเลย เป็นการดีที่สุด

ทีนี้มาดูสรุปกันก่อนว่า ลัคนาราศีไหนจะใช้ดาวอะไรในการพยากรณ์

  • ราศีเมษ ใช้ดาวอังคาร(๓)
  • ราศีพฤษภ ใช้ดาวศุกร์(๖)
  • ราศีเมถุน ใช้ดาวพุธ(๔)
  • ราศีกรกฎ ใช้ดาวจันทร์(๒)
  • ราศีสิงห์ ใช้ดาวอาทิตย์(๑)
  • ราศีกันย์ ใช้ดาวพุธ(๔)
  • ราศีตุลย์ ใช้ดาวศุกร์(๖)
  • ราศีพิจิก ใช้ดาวอังคาร(๓)
  • ราศีธนู ใช้ดาวพฤหัส(๕)
  • ราศีมังกร ใช้ดาวเสาร์(๗)
  • ราศีกุมภ์ ใช้ดาวราหู(๘)
  • ราศีมีน ใช้ดาวพฤหัส(๕)

และในปี ๒๕๖๐ นี้ ดาวแต่ละดวงโคจรให้โทษอย่างไรกันบ้าง

  • ดาวอาทิตย์(๑) - ๑๓ กุมภาพันธ์ ถึง ๑๔ มีนาคม โคจรที่ราศีกุมภ์ให้โทษในตำแหน่งประ และ ๑๘ ตุลาคม ถึง ๑๗ พฤศจิกายน โคจรที่ราศีตุลย์ให้โทษในตำแหน่งนิจ
  • ดาวจันทร์(๒) - โคจรในตำแหน่งให้โทษทุกเดือน เดือนละประมาณ 5 วัน
  • ดาวอังคาร(๓) - ๑๒ กรกฎาคม ถึง ๒๗ สิงหาคม โคจรที่ราศีกรกฎให้โทษในตำแหน่งนิจ และ ๓๐ พฤศจิกายน ถึง ๓๑ ธันวาคม โคจรที่ราศีตุลย์ให้โทษในตำแหน่งประ
  • ดาวพุธ(๔) - ๖ ถึง ๓๑ มกราคม โคจรที่ราศีธนูให้โทษในตำแหน่งประ และ ๖ มีนาคม ถึง ๑๐ พฤษภาคม โคจรที่ราศีมีนให้โทษในตำแหน่งประและนิจ 
  • ดาวพฤหัส(๕) - ๑ มกราคม ถึง ๑๒ มกราคม และ ๑๒ มีนาคม ถึง ๖ กันยายน โคจรที่ราศีกันย์ให้โทษในตำแหน่งประ
  • ดาวศุกร์(๖) - ๑ มิถุนายน ถึง ๒ กรกฎาคม โคจรที่ราศีเมษให้โทษในตำแหน่งประ ๑๑ ตุลาคม ถึง ๔ พฤศจิกายน โคจรที่ราศีกันย์ให้โทษในตำแหน่งนิจ และ ๒๙ พฤศจิกายน ถึง ๒๓ ธันวาคม โคจรที่ราศีพิจิกให้โทษในตำแหน่งประ
  • ดาวเสาร์(๗) - ไม่ได้โคจรในราศีให้โทษใดๆตลอดทั้งปี
  • ดาวราหู(๘) - ๑ มกราคม ถึง ๔ สิงหาคม โคจรที่ราศีสิงห์ให้โทษในตำแหน่งประ

จากหลักการและข้อมูลการโคจรของดวงดาวข้างต้น แต่ละราศีควรระวังเรื่องของสุขภาพในช่วงใดของปีนี้ เรามาดูกันครับ
  • ราศีเมษ - ๑๒ กรกฎาคม ถึง ๒๗ สิงหาคม และ ๓๐ พฤศจิกายน ถึง ๓๑ ธันวาคม
  • ราศีพฤษภ - ๑ มิถุนายน ถึง ๒ กรกฎาคม , ๑๑ ตุลาคม ถึง ๔ พฤศจิกายน และ ๒๙ พฤศจิกายน ถึง ๒๓ ธันวาคม
  • ราศีเมถุน - ๖ ถึง ๓๑ มกราคม และ ๖ มีนาคม ถึง ๑๐ พฤษภาคม
  • ราศีกรกฎ - มีโอกาสป่วยทุกเดือน แต่มักจะไม่รู้สึกเพราะชินกับความไม่แข็งแรงอยู่แล้ว
  • ราศีสิงห์ - ๑๓ กุมภาพันธ์ ถึง ๑๔ มีนาคม และ ๑๘ ตุลาคม ถึง ๑๗ พฤศจิกายน
  • ราศีกันย์ - ๖ ถึง ๓๑ มกราคม และ ๖ มีนาคม ถึง ๑๐ พฤษภาคม
  • ราศีตุลย์ - ๑ มิถุนายน ถึง ๒ กรกฎาคม , ๑๑ ตุลาคม ถึง ๔ พฤศจิกายน และ ๒๙ พฤศจิกายน ถึง ๒๓ ธันวาคม
  • ราศีพิจิก - ๑๒ กรกฎาคม ถึง ๒๗ สิงหาคม และ ๓๐ พฤศจิกายน ถึง ๓๑ ธันวาคม
  • ราศีธนู - ๑ มกราคม ถึง ๑๒ มกราคม และ ๑๒ มีนาคม ถึง ๖ กันยายน
  • ราศีมังกร - ไม่ต้องระมัดระวังมากนัก เพราะมีความอดทนสูงตามลักษณะนิสัยประจำตัว
  • ราศีกุมภ์ - ๑ มกราคม ถึง ๔ สิงหาคม
  • ราศีมีน - ๑ มกราคม ถึง ๑๒ มกราคม และ ๑๒ มีนาคม ถึง ๖ กันยายน

ที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักเกณฑ์การพิจารณาว่าราศีใดมีแนวโน้มว่าจะป่วยในปี ๒๕๖๐ นี้ แต่จริงๆแล้วยังมีหลักเกณฑ์อื่นๆอีก เช่น การพยากรณ์ว่าราศีใดจะเจ็บป่วยที่อวัยวะส่วนใด ... เอาไว้มาต่อกันตอนต่อไปครับ


วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

โหราศาสตร์ไทยเพื่อสุขภาพ (ตอนที่ 1 มาดูแลสุขภาพกันเถอะ)

เดือนมกราคม๒๕๖๐ที่ผ่านมา ผมได้ห่างหายจากการเขียนบทความ เนื่องเพราะปัญหาสุขภาพที่ยิ่งแก่ตัวลงไป ความต้านทานต่อโรคก็จะน้อยลงทุกที เลยขอถือโอกาสทบทวนความรู้โหราศาสตร์ไทยสำหรับการพยากรณ์เรื่องโรคภัยไข้เจ็บและสุขภาพ เผื่อจะได้เป็นข้อสังเกตุเอาไว้เตรียมตัวเตรียมใจและเตรียมคนที่เกี่ยวข้องในยามที่ท่านทั้งหลายเจ็บไข้ได้ป่วยกันนะครับ

ครับ ผมกำลังเชิญชวนทุกๆท่านให้หันมาเริ่มดูแลรักษาสุขภาพกัน เนื่องจากว่า ...

หนึ่ง ผมไม่ค่อยแข็งแรง มักจะป่วยอย่างน้อยปีละครั้ง ถ้าไม่เป็นไข้หวัดก็เป็นโรคติดเชื้อให้ต้องหาหยูกยามารักษา หรือไม่ก็ถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว ผมเลยต้องเป็นคนที่ค่อนข้างระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน เรื่องสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ ฯลฯ เพื่อให้เจ็บป่วยน้อยที่สุด

และสอง ผมนึกขึ้นได้ว่า วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๐นี้ ดาวราหูจร(๘)ท่านกำลังจะย้ายราศีจากราศีสิงห์เข้าสู่ราศีกรกฎของดวงเมือง และสถิตที่นี่จนถึงวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ แล้วมีผลกระทบกับใคร? อย่างไร? อธิบายได้อย่างนี้ครับ

ดวงเมืองกรุงรัตนโกสินทร์
ดาวราหูจร(๘สีแดง) ย้ายเข้าราศีกรกฎ
วันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๐
ถึงวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๒

จากรูป ดาวราหูจร(๘สีแดง)จะโคจรกุมดาวจันทร์กำเนิด(๒)สถิตภพพันธุ และดาวจันทร์(๒)ตามดวงเมืองนี้จะหมายถึงไพร่ฟ้าประชาชน สินทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์นั่นเอง ส่วนดาวราหู(๘)เป็นดาวที่คอยเบียดเบียนโดยส่วนใหญ่ เมื่อโคจรไปกระทบกับดาวอะไรก็มักจะทำให้ดาวนั้นอ่อนระโหยโรยแรง ส่วนดาวเสาร์จร(๗สีแดง)ก็กำลังโคจรแถวๆราศีพิจิกและราศีธนู สถิตภพมรณะและภพศุภะ

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อปลายปี ๒๕๔๑ ถึงกลางปี ๒๕๔๓ ประเทศไทยบอบช้ำหนักจากการที่ค่าเงินถูกโจมตี สถาบันทางการเงินบางแห่งถึงกับล่มสลาย บางท่านต้องขายทรัพย์สิน บ้าน ที่ดิน เพื่อนำไปใช้หนี้ เกิดความทุกขเวทนาไปทั่วทุกหัวระแหง

ในช่วงเวลานี้ก็พยากรณ์คล้ายๆกันครับ แต่ความทุกข์นั้นไม่ใช่เรื่องทางการเงิน กลับเป็นเรื่องของการสูญเสียต่างๆเช่นบุคคลสำคัญ ผู้หลักผู้ใหญ่อันเป็นที่รัก หรือแม้กระทั่งบุคคลใกล้ชิด ด้วยสาเหตุทั้งทางด้านโรคภัยไข้เจ็บ หรือทางด้านอุบัติเหตุ ประชาชนจะป่วยด้วยโรคใหม่ๆที่รุนแรงกว่าเดิมจนต้องหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น 

คงไม่ต้องแปลกใจกันนะครับ ว่าธุรกิจที่น่าลงทุนในช่วงเวลาที่กล่าวข้างต้นนี้ คงไม่พ้นธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ เช่น ยารักษาโรค ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สถานออกกำลังกายหรือฟิตเนส สถานพักฟื้น โรงพยาบาล ร้านขายยา ประกันสุขภาพ ฯลฯ ลองเลือกลงทุนกันตามอัธยาศัยเลยครับ แต่ขอให้เป็นเรื่องสุขภาพก็พอ

ตอนถัดไป ผมจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการใช้โหราศาสตร์ไทยเพื่อตรวจดูว่าเรามักจะเจ็บป่วยเมื่อไรและมักจะเจ็บป่วยเกี่ยวกับอวัยวะใดกันครับ




วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ประเด็นเป็นข่าว : นายกฯลุงตู่ ดวงตก จริงหรือ?

มกราคมที่ผ่าน สุขภาพผมไม่ค่อยสมบูรณ์นัก เลยต้องพักงานเขียนไประยะหนึ่ง กลับมาว่าจะเขียนเรื่องของโหราศาสตร์เกียวกับสุขภาพและโรคภัยไข้เจ็บ แต่พอได้รับฟังข่าวว่า มีโหรชื่อดังท่านหนึ่งได้พยากรณ์ดวงของนายกฯว่ากำลังดวงตก ทำให้ผมต้องเปลี่ยนหัวข้อกระทันหันเพื่อมาเช็คดวงของท่านนายกฯก่อนว่า ท่านนายกฯดวงตก จริงหรือไม่

อันที่จริงผมเคยเขียนพยากรณ์ดวงท่านนายกฯให้อ่านกันแบบยาวๆมาแล้วตามลิ้งค์นี้ครับ "บทวิเคราะห์ : จริงหรือ? ที่พลเอกประยุทธจะเป็นนายกฯต่อไปอีก 3 ปี" แต่ผมจะสรุปให้ฟังกันอีกทีแบบสั้นๆในช่วงเวลาเฉพาะปีนี้ พอให้เห็นแนวโน้มกันก็พอนะครับ

ดวงนายกรัฐมนตรี
พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา
เริ่มจากทบทวนดวงชะตากำเนิดกันก่อน ลัคนาท่านนายกฯสถิตราศีมังกร มีดาวประจำตัวคือดาวเสาร์(๗) มีกำลังเข้มแข็งมากในตำแหน่งอุจจ์ที่ราศีตุลย์ซึ่งเป็นภพกัมมะ เรียกว่าตนุลัคน์เป็นมหาอุจจ์นั่นเอง และนอกจากนี้ ดาวเสาร์(๗)นี้ยังทำให้ดวงชะตาได้เกณฑ์ปัญจมหาบุรุษโยคอีกด้วย ถือเป็นดวงที่มีวาสนาระดับสูงมาก ถ้าเอาดวงนี้มาให้ผมดูแบบไม่บอกว่าเป็นใคร ผมคงพยากรณ์ว่าเป็นดวงของคนที่เป็นใหญ่เป็นโตคนใดคนหนึ่งอย่างแน่นอน

เรื่องอุปนิสัยใจคอ ชีวิตส่วนตัว และเหตุการณ์ความเป็นไปในช่วงอดีตที่ผ่านมา ถ้าโหรานุโหรท่านใดลองนำดวงนี้ไปตรวจดูกับดวงชะตาจร จะเห็นว่ามีความสอดคล้องกันอย่างลงตัว ดังนั้น ถ้าจะใช้สำหรับพยากรณ์เหตุการณ์ในอนาคต ผมคิดว่าจะมีความแม่นยำเป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ

คราวนี้ผมจะลองพยากรณ์เหตุการณ์ในปี๒๕๖๐ของท่านนายกฯดูว่าจะเป็นไปตามที่เขาบอกกันหรือไม่
ดาวใหญ่จรกระทบดวงชะตากำเนิด
ในปีพ.ศ.๒๕๖๐

เริ่มที่ดาวราหู(๘)จรซึ่งเป็นดาวใหญ่ดวงแรกที่โคจรย้ายราศีจากราศีสิงห์ไปสถิตที่ราศีกรกฎเริ่มตั้งแต่วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๐ เป็นต้นไปถึงวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ (จากรูปคือเลข๘สีแดง)

ดาวราหู(๘)จรได้ตำแหน่งพินทุบาทว์ในภพปัตนิ ซึ่งในทางโหราศาสตร์ถือว่าให้โทษรุนแรงทีเดียว พยากรณ์ว่าในช่วงเวลาดังกล่าวท่านจะมีปัญหากับคู่ครอง คู่สัญญา หรือหุ้นส่วน ให้มีอันต้องแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง และเป็นไปอย่างปัจจุบันทันด่วนเนื่องจากกระทบกับดาวมฤตยู(๐)ในดวงกำเนิดด้วย อย่างเบาๆหรืออย่างน้อย พวกเขานั้นก็มีอันต้องล้มหมอนนอนเสื่อ เจ็บเนื้อเจ็บตัวกันไปบ้าง

ดาวพฤหัส(๕)จร(จากรูปคือเลข๕สีแดง) เป็นดาวต่อไปที่จะเปลี่ยนราศีคือระหว่างวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๐ ถึง ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๐ ช่วงแรกเป็นการเตือนก่อนที่จะโคจรถอยหลังแล้วโคจรย้ายราศีจากราศีกันย์สู่ราศีตุลย์อย่างแท้จริงช่วงที่สองตั้งแต่วันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๐ ถึง ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

ช่วงเวลาดังกล่าว ดาวพฤหัส(๕)จรโคจรเข้าภพกัมมะกุมดาวเสาร์(๗)กำเนิด พยากรณ์ว่าจะได้รับมอบหมายงานที่ต้องทำในทางลับหรืองานที่อยู่เบื้องหลัง และจะประสบความสำเร็จด้วยดี แต่ต้องถูกตำหนิติเตียนจากผู้หลักผู้ใหญ่ จากทางบ้าน หรือทางครอบครัว

ส่วนช่วงวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๐ ดาวพฤหัส(๕)จรโคจรถอยหลังและเดินหน้าให้โทษในตำแหน่งประที่ราศีกันย์ กุมดาวจันทร์(๒)กำเนิดในภพศุภะ พยากรณ์ได้ว่ามีเรื่องมงคลและอวมงคลของผู้หลักผู้ใหญ่ที่ให้การสนับสนุนอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่พวกเราได้รับรู้รับทราบกันดีอยู่แล้ว คืองานถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่๙และงานบรมราชาภิเษกรัชกาลที่๑๐ ส่วนเรื่องการขอรับการสนับสนุนจากผู้ที่ท่านเคารพนับถือท่านอื่นๆก็ยังคงมีอยู่แต่ไม่เต็มที่นัก ดูอ่อนแรงอ่อนล้าล้าเต็มที

ดาวเสาร์(๗)จรก็โคจรในลักษณะเดียวกับดาวพฤหัส(๕)จรครับ คือช่วงแรกตั้งแต่วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๐ ถึงวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๐ และช่วงที่สองตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๐ ยาวไปจนถึงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๓ จะโคจรสถิตราศีธนูกุมดาวราหู(๘)กำเนิดคู่มิตรที่ภพวินาสน์

พยากรณ์ว่าท่านจะรู้สึกอยากอยู่แบบสันโดษ อยากอยู่แบบเงียบๆ ขาดความมั่นใจในตัวเอง จนในที่สุดต้องยอมถอยออกมาอยู่เบื้องหลัง แต่ท่านก็จะได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุดจากการทำงานในทางลับเช่นกัน 

ทั้งนี้และทั้งนั้น เมื่อพิจารณาดาวใหญ่ทั้งสามแล้ว ตั้งแต่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๐ ถึง ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เป็นช่วงที่ท่านคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างที่กล่าวข้างต้นอย่างแน่นอน เพราะดูเหมือนภารกิจต่างๆเสร็จสิ้น ร่างกายก็อ่อนล้า แต่ท่านเองก็คงทราบด้วยตัวเองมาก่อนแล้วกระมัง

จากที่ผมพยากรณ์มาทั้งหมด ก็ลองพิจารณาดูกันเอาเองนะครับว่า ท่านนายกฯกำลังดวงตกจริงหรือไม่ สำหรับผมแล้ว คิดว่าได้ 35% เสีย 65% ประมาณนั้นครับ





วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559

วันฤกษ์ดีประจำปีพ.ศ.๒๕๖๐ ("เมื่อผมต้องหาฤกษ์แต่งงานปี 2560" ภาค ๒)

สืบเนื่องจากการที่ผมได้โพสต์บทความเกี่ยวกับการหาฤกษ์แต่งงานโดยมีข้อกำหนดที่ต้องสอดคล้องกับสภาพการดำเนินชีวิตในปัจจุบันเช่น มักจะแต่งงานกันในวันเสาร์ อาทิตย์หรือวันนักขัตฤกษ์เพื่อไม่ให้กระทบกับการทำงานประจำของแขกเหรื่อที่จะมาร่วมงาน คือไม่ต้องลางานนั่นเองครับ จะได้มากันเยอะๆ และควรจะต้องจบทุกพิธีที่สำคัญในวันเดียวกันเช่น หมั้น แต่ง ส่งตัว จะได้ไม่ต้องเสียเวลายืดยาวไปหลายวัน

บทความที่ผมเขียนไว้นั้นได้มีผู้สอบถามมากมายถึงวันที่มีฤกษ์ดี ผมก็เลยคิดว่าน่าจะเขียนบทความสรุปให้เลยจะดีกว่า ว่าทั้งปีพ.ศ.๒๕๖๐นั้น มีวันดีๆที่สามารถจัดงานพิธีต่างๆได้ และจัดได้ทั้งวันตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นยันพระอาทิตย์ตกดินนั้น มีวันใดบ้าง หลังจากที่ผมได้ตรวจดูแล้ว พบว่าบางวันที่ดูเหมือนจะเป็นวันดี แต่ก็ดีไม่ตลอดวัน วันเหล่านี้ผมก็จะตัดทิ้งไป เพื่อให้ง่ายในการดูสำหรับบุคคลทั่วไปครับ

ก่อนอื่นผมขอบอกวิธีการพิจารณาฤกษ์มงคลก่อนครับ

สำหรับผมแล้ว ผมจะพิจารณาโดยใช้ทั้งฤกษ์บน(ดาวบนท้องฟ้า)และฤกษ์ล่าง(วันต่างๆที่คำนวณโดยไม่ใช้สมผุสดาวต่างๆ) และทั้งสองแบบนี้จะต้องไม่ขัดแย้งกัน คือถ้าฤกษ์บนดี ฤกษ์ล่างต้องดีด้วย มาเริ่มกันเลย

กาลโยค

เป็นการกำหนดวันมงคลแต่ละปีที่นิยมใช้กันมานมนานกาเล ผมจะไม่กล่าวถึงรายละเอียดคำนวณ แต่ขอบอกว่า กาลโยคจะเริ่มนับจากวันสงกรานต์เป็นต้นไปเป็นเวลา 1 ปี ถ้านับปีตามปฏิทินสากลโดยเริ่มจากเดือนมกราคมถึงธันวาคม วันมงคลตามหลักกาลโยคจะถูกแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ก่อนสงกรานต์ และหลังสงกรานต์

วันตามหลักกาลโยคจะแบ่งเป็น 4 แบบคือ
  • วันธงชัย
  • วันอธิบดี
  • วันอุบาทว์
  • วันโลกาวินาส
ถ้าวันใดเป็นเป็นวันธงชัยหรือวันอธิบดี วันนั้นจะสามารถจัดงานมงคลใดๆก็ได้ในปีนั้น แต่ถ้าวันใดเป็นวันอุบาทว์หรือวันโลกาวินาส วันนั้นไม่ควรประกอบพิธีมงคลใดๆทั้งสิ้น

กาลโยคก่อนสงกรานต์ปีพ.ศ.๒๕๖๐ ได้แก่

  1. วันเสาร์ เป็นวันธงชัย
  2. วันพุธ เป็นวันอธิบดี
  3. วันเสาร์ เป็นวันอุบาทว์
  4. วันเสาร์ เป็นวันโลกาวินาส
นั่นคือก่อนวันสงกรานต์ปีพ.ศ.๒๕๖๐ ไม่ควรจัดงานมงคลใดๆในวันเสาร์


กาลโยคหลังสงกรานต์ปีพ.ศ.๒๕๖๐ ได้แก่

  1. วันอังคาร เป็นวันธงชัย
  2. วันพฤหัส เป็นวันอธิบดี
  3. วันจันทร์ เป็นวันอุบาทว์
  4. วันเสาร์ เป็นวันโลกาวินาส
นั่นคือหลังวันสงกรานต์ปีพ.ศ.๒๕๖๐ ไม่ควรจัดงานมงคลใดๆในวันจันทร์และวันเสาร์


หมวดฤกษ์

มี 9 หมวดได้แก่ มหัทธโน โจโร ภูมิปาโล เทศาตรี เทวี เพชรฆาต ราชา สมโณ ทลิทโท ซึ่งคำนวณมาจากสมผุสของดวงดาวบนท้องฟ้า เรียกว่าเป็นฤกษ์บนนั่นเอง ส่วนวิธีการคำนวณ ผมไม่ขอกล่าวถึงอีกเช่นกัน เพราะยุ่งยากมากกว่ากาลโยคเสียอีก

ในจำนวนหมวดฤกษ์ทั้งหมดนี้ ผมกล่าวโดยสรุปก่อนว่า มหัทธโนฤกษ์ เทวีฤกษ์ และราชาฤกษ์ เป็นฤกษ์ที่ใช้สำหรับการจัดงานมงคลทุกประเภท และโดยทั่วไปจะใช้สมผุสของดาวจันทร์(๒)เป็นหลักในการพิจารณาฤกษ์ครับ

ดิถีเรียงหมอน

เป็นวันข้างขึ้นหรือข้างแรมทางจันทรคติเพื่อใช้กำหนดวันส่งตัวคู่บ่าวสาวเข้าสู่เรือนหอ ใช้สำหรับพิธีแต่งงานเท่านั้น อาจไม่จำเป็นต้องตรงกับวันหมั้นหรือวันแต่งงานก็ได้

กฎเกณฑ์ก็คือวันขึ้น 7, 10, 13 ค่ำ และวันแรม 4, 8, 10, 14 ค่ำ จึงจะสามารถทำพิธีการส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้ครับ

วันมงคลประจำปีพ.ศ.๒๕๖๐

จากหลักการข้างต้นผมขอสรุปวันที่ใช้ทำการมงคลได้ตลอดทั้งวันตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นยันพระอาทิตย์ตกดังนี้ครับ


x = ทำพิธีส่งตัวคู่บ่าวสาวได้




วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559

พระอัจฉริยภาพทางด้านโหราศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และดวงพระชะตา (ตอนจบ)

เกริ่นไว้เมื่อตอนที่แล้วว่า ดาวมฤตยู(๐)มักจะส่งผลร้ายกับพระองค์ท่านมาโดยตลอด ทั้งเรื่องของพระบรมราชชนกและเรื่องพระเชษฐาธิราช ซึ่งพระองค์ท่านสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักทั้งสองพระองค์ในช่วงที่ดาวดวงนี้โคจรมากระทบตำแหน่งศุภะ(บิดา)และลาภะ(พี่)ในเรือนพระชะตา

ดวงพระชะตา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙

ในตอนนี้ผมจะขอทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อน เกี่ยวกับจุดเปราะบางของทุกดวงขะตาที่เมื่อดาวใดๆโคจรมาทับ(กุม)แล้ว จะส่งผลดีร้ายตามสถานภาพของดาวนั้นๆ และโหรมักจะนำมาใช้ในการพยากรณ์จร ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง จุดนี้เรียกว่า จุดเจ้าชะตา

จุดเจ้าชะตาแรกที่สำคัญที่สุดคือ "ลัคนา" ซึ่งเป็นตัวตนที่แท้จริงของทุกดวงชะตา สำหรับพระลัคนาของพระองค์ท่านสถิตอยู่ ณ ราศีกรกฎครับ

จุดเจ้าชะตาที่สองที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือ "เจ้าเรือนลัคนา" สำหรับตำแหน่งนี้ของพระองค์ท่านคือ ดาวจันทร์(๒)ที่สถิตอยู่ ณ ราศีเมษ เนื่องเพราะดาวจันทร์(๒)นี้คือเจ้าเรือนของราศีกรกฎนั่นเอง โดยทั่วไป โหรใช้พยากรณ์สิ่งที่เจ้าชะตาต้องการหรือสิ่งที่กังวลสนใจ

จุดเจ้าชะตาที่สามที่โหรมักจะใช้กันคือ ดาวอาทิตย์(๑) จุดนี้จะใช้สำหรับตรวจดูทางกายภาพ (Physical) เช่นลักษณะของร่างกายหรือสุขภาพของเจ้าชะตา

เมื่อทราบดังนี้แล้ว ต่อไปเรามาดูกันว่าพระองค์ท่านจะทรงแก้ไขอย่างไรเมื่อดาวมฤตยู(๐)โคจรมากระทบกับจุดเจ้าชะตาของพระองค์
ทรงผนวช วันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๙

ทรงผนวช

โดยปกติแล้วผู้ชายชาวไทยมักจะอุปสมบทหรือบรรพชาเมื่ออายุครบ20ปีบริบูรณ์ แต่สำหรับพระองค์ท่านทรงผนวชในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2499 ในขณะพระชนมายุย่าง 29 พรรษา ทำไมล่ะครับ?

ช่วงที่พระชนมายุ 20 พรรษา พระองค์ท่านยังทรงมีภารกิจทางการศึกษาอยู่ หลังจากนั้นพระองค์ท่านก็ยังไม่มีโอกาสให้ทรงผนวช เนื่องจากพระองค์ท่านยังทรงติดภารกิจต่างๆในต่างประเทศ รวมถึงพระองค์ยังทรงได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปีพ.ศ. 2491 จนกระทั่งทรงได้พบรักและทรงมีพระบรมราชาภิเษกในที่สุด ดังที่ผมได้กล่าวถึงในตอนที่แล้ว

และเป็นธรรมดาสำหรับคนที่มีครอบครัวแล้วก็ต้องมีบุตรธิดา พระองค์ท่านก็เช่นกัน ทรงมีพระราชธิดาและพระราชโอรส ก่อนที่ดาวมฤตยู(๐)จะโคจรทับพระลัคนาระหว่างวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2496 ถึง วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2503 ในระหว่างนั้นยังมีดาวราหู(๘)โคจรเข้าเรือนปุตตะ(บุตรบริวาร)ระหว่างวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2498 ถึง วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ซึ่งก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พระองค์ท่านทรงออกผนวช เนื่องเพราะอาจจะเกรงว่าพระราชธิดาและพระราชโอรสจะทรงได้รับอันตรายเหมือนกับที่พระองค์ท่านเคยประสบมาแล้วจากการที่ดาวราหู(๘)โคจรทับดาวเจ้าเรือนพระลัคนาในราศีเมษ

การที่พระองค์ท่านทรงผนวชนั้น ในทุกยุคทุกสมัย บุคคลชั้นสูงมักจะนำมาใช้ในการแก้เคล็ดเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ นัยว่าเป็นการตายจาก จะได้หมดเคราะห์กันไป เราๆท่านๆก็สามารถนำเทคนิคนี้ไปใช้กันได้นะครับ แต่ข้อสำคัญที่ไม่ควรละเลยก็คือ ฤกษ์สึก ซึ่งถือเป็นการเกิดใหม่ จึงต้องมีการวางฤกษ์ให้ดี เพื่อที่ว่าชีวิตหลังสึกจะได้ดีตามฤกษ์ที่วางไว้
ดวงพระชะตาจร
ณ วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
เวลา ๑๕.๕๒ นาฬิกา
(ตัวเลขสีแดง) สัมพัทธ์
กับดวงพระชะตากำเนิด(ตัวเลขสีดำ)

สวรรคต

วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559 เป็นวันที่ผมเองคาดไม่ถึง เพราะผมคิดไปเองว่า ดาวเสาร์(๗)ที่กำลังโคจรทับดาวอาทิตย์(๑)กำเนิดซึ่งทำให้พระวรกายอ่อนแอ และดาวมฤตยู(๐)ที่กำลังโคจรทับดาวจันทร์(๒)เจ้าเรือนพระลัคนาอยู่ ยังไม่น่าจะทำอะไรได้ น่าจะมีอีกหนึ่งดวงคือดาวราหู(๘)ซึ่งเป็นเจ้าเรือนมรณะของพระองค์ท่านกำลังโคจรเข้ามาทับพระลัคนาในวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ด้วยเหตุนี้ ผมคาดคะเนไว้ในเบื้องตนว่าพระองค์ท่านน่าจะสวรรคตตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป

แต่กาลกลับไม่เป็นเช่นนั้น ผมก็เลยต้องรีบย้อนกลับมาดูใหม่ว่าทำไมไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ผมก็เลยพบข้อสังเกตุอีกอย่างหนึ่งคือ ดาวจันทร์(๒)เจ้าเรือนพระลัคนากำลังโคจรอยู่ในเรือนมรณะนั่นเอง

สรุปได้ว่านอกจากดาวมฤตยู(๐)แล้ว เราก็ต้องระวังดาวเจ้าเรือนลัคนาของตัวเองด้วย เมื่อใดก็ตามที่ดาวเจ้าเรือนลัคนาโคจรอยู่ในตำแหน่งด้อยเช่น ประ หรือนิจ รวมถึงการโคจรอยู่ในทุสถานะภพอันได้แก่ อริ มรณะ หรือวินาสน์ ก็เป็นไปได้ว่าสุขภาพจะอ่อนแอลงกว่าปกติ ความคิดความอ่านก็มักจะไม่คล่องแคล่วว่องไว ไม่มีความสุข

สำหรับพระองค์ท่านแล้ว เมื่อไรที่ดาวจันทร์(๒)เจ้าเรือนพระลัคนาโคจรในราศีพิจิก(นิจ) หรือราศีธนู(อริ) หรือราศีมังกร(ประ) หรือราศีกุมภ์(มรณะ) หรือราศีเมถุน(วินาสน์) ก็ล้วนทำให้พระองค์ท่านทรงพระประชวรได้ทั้งสิ้น

ถ้าถามว่าทรงพระประชวรบ่อยแค่ไหน ผมขอบอกว่า ตั้งแต่ดาวมฤตยู(๐)โคจรทับดาวจันทร์(๒)เจ้าเรือนพระลัคนาเมื่อตอนต้นปีพ.ศ. 2559 พระองค์ท่านจะทรงพระประชวรแทบทุกเดือน เพราะดาวจันทร์(๒)โคจรผ่านราศีที่บอกทุกเดือน (ดาวจันทร์โคจรผ่านทุกราศีจะใช้เวลาประมาณเกือบหนึ่งเดือน)

อีกประการหนึ่งก็คือดาวมฤตยู(๐)เป็นดาวที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์แบบปัจจุบันทันด่วน ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไม่ทันตั้งตัว ก็อาจเป็นเหตุให้พระองค์ท่านสวรรคตแบบที่ใครๆหรือแม้กระทั่งผมเองก็ไม่ทันได้เตรียมใจไว้ก่อน

จริงๆแล้วผมยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่สามารถนำมายกตัวอย่างได้ เช่นเหตุการณ์ทางการเมืองต่างๆ ความสัมพันธ์ของพระองค์ท่านกับบุคคลทางการเมืองการทหาร แต่เกรงว่าจะใช้เวลานานเกินไป ก็เลยขอจบบทความพระอัจฉริยภาพทางด้านโหราศาสตร์ของพระองค์ท่านไว้เพียงเท่านี้ และขอน้อมส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัยด้วยเทอญ